7 สถานที่ “ล่าเสือ”(ชมดอกนางพญาเสือโคร่ง) ในเชียงใหม่

7 สถานที่ “ล่าเสือ” (ชมดอกนางพญาเสือโคร่ง) ใน จ.เชียงใหม่

 

เมื่อเข้าสู่หน้าหนาว.. ก็ถึงเวลาที่ต้องออก “ล่าเสือ”  กับ.. 7 สถานที่ชมดอกนางพญาเสือโคร่ง ใน จ. เชียงใหม่ ..ไม่ไปไม่ได้แล้ว!

0000

 

เมื่อเข้าสู่หน้าหนาว.. ก็ถึงเวลาที่ต้องออก “ล่าเสือ”  ซึ่งการล่าเสือในที่แห่งนี้ หมายถึง การไปชม “ดอกนางพญาเสือโคร่ง” (หรือ บางคนก็อาจจะเรียกว่า “ดอกซากุระเมืองไทย”) ที่จะออกดอกบานสะพรั่งอวดสีสันสีชมพูสดใส ในช่วงหน้าหนาวของทุกปีนั่นเอง!

ซึ่งในช่วงที่ดอกพญาเสือโคร่งจะบาน มักจะอยู่ในช่วงปลายเดือนธันวาคม ไปจนถึง ต้นเดือนกุมภาพันธ์ แต่.. จะบานสะพรั่งเต็มที่ที่สุด คือช่วงกลางเดือนมกราคม ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในแต่ละปี และ ในแต่ละที่ก็อาจจะบานเต็มที่ไม่พร้อมกัน บางที่บานจะเริ่มโรยไปแล้ว แต่บางที่ยังเพิ่งเป็นดอกตูมก็มี ดังนั้น ก่อนจะออกเดินทางไปล่าเสือที่ไหน ก็ควรเช็คสถานการณ์ในแต่ละที่กันก่อนละกันนะ

สถานที่ชมดอกนางพญาเสือโคร่ง ในประเทศไทยนั้นก็มีหลายที่ แต่จะขอพาไปชมดอกนางพญาเสือโคร่งในสถานที่ต่างๆ ในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจะเลือกพาไปใน 7 สถานที่นี้ ว่าแล้วก็รีบ.. ไปล่าเสือกันเถอะครับ!

 

 

0001

1. สถานีเกษตรวิจัยหลวง(ดอยอ่างขาง) จ.เชียงใหม่

สถานที่ชมดอกนางพญาเสือโคร่งอันดับต้นๆ ของประเทศไทยก็ต้องยกให้ “ดอยอ่างขาง” ซึ่งระยะทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ สู่ดอยอ่างขางในช่วงท้ายๆ นั้น ถือเป็นเส้นทางสีชมพูที่สักครั้งต้องมาสัมผัส สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นนางพญาเสือโคร่งที่บ้านสะพรั่งอวดสีสันให้ได้ชม และภายใน สถานีเกษตรวิจัยหลวง(ดอยอ่างขาง) ก็ยังมี ดอกซากุระ สายพันธุ์จากญี่ปุ่น ให้ได้ชมด้วย ที่นี่เป็นที่นิยมมาก.. คนอาจจะมาเที่ยวเยอะ แนะนำให้ลองมาวันธรรมดานะ จะดีมากเลย!

ดอกซากุระสายพันธุ์ญี่ปุ่น ณ ดอยอ่างขาง

ดอกซากุระสายพันธุ์ญี่ปุ่น ณ ดอยอ่างขาง

ดอกซากุระสายพันธุ์ญี่ปุ่น ณ ดอยอ่างขาง

ดอกซากุระสายพันธุ์ญี่ปุ่น ณ ดอยอ่างขาง

ดอกซากุระสายพันธุ์ญี่ปุ่น ณ ดอยอ่างขาง

ดอกซากุระสายพันธุ์ญี่ปุ่น ณ ดอยอ่างขาง

 

การเดินทางสู่ดอยอ่างขาง

 

สามารถเดินทางไปได้ทั้งรถส่วนตัว และ รถโดยสาร ซึ่งถ้าไปรถส่วนตัวก็จะสะดวกหน่อย เพราะสามารถแวะจอดถ่ายภาพตามรายทางได้ แต่ต้องใช้ความระมัดระวัง เพราะเส้นทางในบางช่วงค่อนข้างชัน

 

  • จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้เส้นทางหลวง หมายเลข 107 สายเชียงใหม่-ฝาง เลี้ยวซ้ายทางแยกตำบลเมืองงาย ตรงเข้าเส้นทางหลวง หมายเลข 1178 เพื่อไปยังสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง
  • จากตัวเมืองเชียงใหม่ ใช้เส้นทางหลง หมายเลข 107 สายเชียงใหม่-ฝาง ถึงกิโลเมตร 137 แยกบ้านปางควาย เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวง หมายเลข 1249 ตรงไปประมาณ 25 กิโลเมตร

 

ถ้าเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทาง ให้ขึ้นรถสาย เชียงใหม่-ฝางที่ คิวรถช้างเผือกในตัวเมืองเชียงใหม่ มาลงที่หน้าวัดหาดสำราญ(ตรงหลักกิโลเมตรที่ 137) มีบริการ รับ-ส่ง คิวรถสองแถว ซึ่งสามารถเหมารถต่อเพื่อขึ้นมาถึงดอยอ่างขางได้


0005

 

2. พระตำหนักดอยผาตั้ง จ.เชียงใหม่

พระตำหนักดอยผาตั้ง เป็นจุดชมดอกนางพญาเสือโคร่งที่เดินทางมาได้อย่างไม่ลำบากมากนัก เพราะเข้ามาจากถนนเส้นหลักไม่ไกล ภายในบริเวณพระตำหนัก มีต้นพญาเสือโคร่งให้ได้ชมหลายต้น ทั้งต้นเล็ก และต้นใหญ่ และ เนื่องจากตั้งอยู่บนที่สูง จึงสามารถชมวิวบรรยากาศโดยรอบได้อีกด้วย

ดอกนางพญาเสือโคร่ง ณ ดอยผาตั้ง

ดอกนางพญาเสือโคร่ง ณ ดอยผาตั้ง

ดอกนางพญาเสือโคร่ง ณ ดอยผาตั้ง

ดอกนางพญาเสือโคร่ง ณ ดอยผาตั้ง

ดอกนางพญาเสือโคร่ง ณ ดอยผาตั้ง

ดอกนางพญาเสือโคร่ง ณ ดอยผาตั้ง

 

การเดินทางสู่พระตำหนักดอยผาตั้ง

 

พระตำหนักดอยผาตั้ง จะอยู่ในเส้นทางหลวง หมายเลข 1009 ถัดจาก แยกบ้านขุนกลาง(ทางไปขุนวาง) เพียงเล็กน้อย ให้สังเกตด้านขวามือ หากผ่านตลาดม้งอินนทนนท์ ก็เตรียมชิดซ้ายแยกขึ้นไปตามถนนเส้นเล็กๆ สู่พระตำหนักดอยผาตั้งได้เลย

 

สามารถขับรถส่วนตัวขึ้นไปได้ ถ้าหากมารถโดยสารอาจจะหารถต่อลำบากหน่อย แนะนำควรเหมารถสองแถว มาตั้งแต่ คิวรถสองแถวอำเภอจอมทอง(แถววัดพระธาตุศรีจอมทอง) เลยจะสะดวกกว่า และสามารถไปเที่ยวที่อื่นๆ ได้อีกด้วย

 


0009

3. ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารี จ.เชียงใหม่

จุดเด่นในการมาชมดอกนางพญาเสือโคร่งในที่นี้ จะอยู่ตรงที่การได้ชมดอกนางพญาเสือโคร่งที่มีต้นปลูกอยู่โดยรอบบึงน้ำเล็กๆซึ่งถ้าหากมาในช่วงเช้าก็จะมีสายหมอกที่ลอยต่ำอยู่บนผิวน้ำให้เห็น เป็นภาพที่สวยงามไปอีกแบบ

ดอกนางพญาเสือโคร่ง ณ ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารีอินทนนท์

ดอกนางพญาเสือโคร่ง ณ ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารีอินทนนท์

ดอกนางพญาเสือโคร่ง ณ ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารีอินทนนท์

ดอกนางพญาเสือโคร่ง ณ ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารีอินทนนท์

 

การเดินทางสู่ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารีอินทนนท์

 

ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารีอินทนนท์  เป็นเส้นทางเดียวกันกับ เส้นทางไป ขุนวาง และ แม่จอนหลวง จากถนนเส้นหลักสู่ดอยอินนทนน์(เส้นทางหลวงหมายเลข 1009) จะมีเจอ แยกบ้านขุนกลาง(กม. 31) เลี้ยวขวาตรงไปเรื่อยไป ทางขุนวางถึงประมาณ กม. 8 จะเห็นป้ายศูนย์อนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารี

 

สามารถขับรถส่วนตัวขึ้นไปได้ ถ้าหากมารถโดยสารอาจจะหารถต่อลำบากหน่อย แนะนำควรเหมารถสองแถวมาตั้งแต่ คิวรถสองแถวอำเภอจอมทอง(แถววัดพระธาตุศรีจอมทอง) เลยจะสะดวกกว่า และสามารถไปเที่ยวที่อื่นๆ ได้อีกด้วย

 

 


0012

4. ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่(ขุนวาง) จ.เชียงใหม่

ขุนวาง เส้นทางถนนสีชมพูสุดโรแมนติก จนมีละครดังๆ หลายเรื่องมาถ่ายทำกันที่นี่ (หลายคนจึงมาตามรอยละครดังกัน) ซึงภายในบริเวณ ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่(ขุนวาง) ถือได้ว่า มีดอกนางพญาเสือโคร่งให้ชมในพื้นที่ที่เป็นบริเวณกว้าง แห่งหนึ่ง

ดอกนางพญาเสือโคร่ง ณ ขุนวาง

ดอกนางพญาเสือโคร่ง ณ ขุนวาง

ดอกนางพญาเสือโคร่ง ณ ขุนวาง

ดอกนางพญาเสือโคร่ง ณ ขุนวาง

ดอกนางพญาเสือโคร่ง ณ ขุนวาง

ดอกนางพญาเสือโคร่ง ณ ขุนวาง

ดอกนางพญาเสือโคร่ง ณ ขุนวาง

ดอกนางพญาเสือโคร่ง ณ ขุนวาง

ดอกนางพญาเสือโคร่ง ณ ขุนวาง

ดอกนางพญาเสือโคร่ง ณ ขุนวาง

 

การเดินทางสู่ขุนวาง

 

จากเส้นทางขึ้นดอยอินทนนท์ตามทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 1009 ประมาณหลักกิโลเมตรที่ 31 มีสามแยกตรงหมู่บ้านขุนกลาง ก็เลี้ยวขวาไปอีก 16 กิโลเมตร จะถึงหมู่บ้านขุนวาง เลยหมู่บ้านไปประมาณ 2 กิโลเมตร ก็จะถึง ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่(ขุนวาง)

 

หากมาด้วยรถโดยสารสองแถว ให้ลงตรงแยกหมู่บ้านขุนกลาง แล้วค่อยเหมารถสองแถวขึ้นไปขุนวาง ราคาแล้วแต่จะตกลง(ประมาณ 800-1000 บาท) ซึ่งถ้าให้แนะนำควรเหมารถสองแถวมาตั้งแต่ คิวรถสองแถวอำเภอจอมทอง(แถววัดพระธาตุศรีจอมทอง) เลยจะสะดวกกว่า และสามารถไปเที่ยวที่อื่นๆ ได้อีกด้วย

 


0018

5. ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ส่วนแยกพืชสวน(แม่จอนหลวง) จ.เชียงใหม่

 

หากได้มาชมดอกนางพญาเสือโคร่งที่ขุนวางแล้ว.. ก็ต้องแวะไปชมดอกนางพญาเสือโคร่งที่ แม่จอนหลวง ด้วย  ซึ่ง สถานีเกษตรฯ แม่จอนหลวง จะตั้งอยู่ห่างจาก ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่(ขุนวาง) ประมาณ 7 กิโลเมตร เท่านั้น จุดเด่นของแม่จอนหลวงก็คือ มีต้นดอกนางพญาเสือโคร่ง(สีขาว) ให้ชมด้วย สวยงามไม่แพ้ดอกสีชมพูเลย..

ดอกนางพญาเสือโคร่ง(ขาว) ณ แม่จอนหลวง

ดอกนางพญาเสือโคร่ง(ขาว) ณ แม่จอนหลวง

ดอกนางพญาเสือโคร่ง(ขาว) ณ แม่จอนหลวง

ดอกนางพญาเสือโคร่ง(ขาว) ณ แม่จอนหลวง

 

การเดินทางไปสถานีเกษตรฯ แม่จอนหลวง

 

จากหน้าสถานีเกษตรฯ ขุนวาง จะมีทางแยกให้เลี้ยวซ้ายไปตามป้ายบอกทาง ระยะทางจาก สถานีเกษตรขุนวาง ถึง สถานีเกษตรแม่จอนหลวง ประมาณ 7 กิโลเมตร  ถนนหนทางราดยางอย่างดี รถทุกชนิดสามารถไปได้

 


0021

6. สถานีวิจัยเกษตรที่สูงขุนช่างเคี่ยน จ.เชียงใหม่

ชื่อที่เรียกกันคุ้นหูสั้นๆ อย่าง “ขุนช่างเคี่ยน” เป็นสถานที่ฮิตในการล่าเสืออันดับต้นๆ ของประเทศไทยเลย แถมอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองเชียงใหม่ และ เดินทางง่าย มีรถสองแถวคอยรับจ้างพาขึ้นไปชมดอกพญาเสือโคร่งตลอดทั้งวัน ต้นนางพญา สีชมพู จะบานสะพรั่งทั้งในบริเวณสถานีวิจัยฯ และตามสองข้างถนนไปจนถึงในหมู่บ้านม้ง ขุนช่างเคี่ยน

ดอกนางพญาเสือโคร่ง ณ ขุนช่างเคี่ยน

ดอกนางพญาเสือโคร่ง ณ ขุนช่างเคี่ยน

ดอกนางพญาเสือโคร่ง ณ ขุนช่างเคี่ยน

ดอกนางพญาเสือโคร่ง ณ ขุนช่างเคี่ยน

ดอกนางพญาเสือโคร่ง ณ ขุนช่างเคี่ยน

ดอกนางพญาเสือโคร่ง ณ ขุนช่างเคี่ยน

ดอกนางพญาเสือโคร่ง ณ ขุนช่างเคี่ยน

ดอกนางพญาเสือโคร่ง ณ ขุนช่างเคี่ยน

 

การเดินทางสู่ขุนช่างเคี่ยน

 

เส้นทางการเดินทางไปยังขุนช่างเคี่ยน เป็นเส้นทางที่หลายคนคงคุ้นเคยกันดี เพราะ เป็นเส้นทางเดียวกับเส้นทางดอยสุเทพและ บ้านแม้วดอยปุย สภาพถนนระหว่างตัวเมืองเชียงใหม่ ถึงบ้านแม้วดอยปุย จะลาดยางเดินทางได้สะดวก แต่หลังจากนั้นทางจะค่อนข้างแคบและชัน รถสวนกันลำบาก ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูง

 

  • รถยนต์ส่วนตัว สามารถนำรถยนตส่วนตัวไปได้ แต่สภาพเส้นทางชัน และทางแคบมาก เวลารถสวนกันจึงต้องค่อยๆ หลบ ชิดริมขอบทาง ถ้าขับไม่ชำนาญให้จอดไว้ที่ วัดพระธาตุดอยสุเทพ แล้วเหมารถสองแถวไปจะสะดวกกว่า หรือ ถ้าจะเช่ามอเตอร์ไซค์จากตัวเมืองเชียงใหม่ขึ้นไปก็ดูสะดวกดีเหมือนกัน เพราะบางช่วงคนเยอะ รถติด มอเตอร์ไซค์ก็ดูจะคล่องตัวดีกว่า
  • รถโดยสารสาธารณะ สามารถเหมาสองแถวจากบริเวณหน้าพระธาตุดอยสุเทพ มีคิวรถจอดพร้อมให้บริการมากมาย ราคาขึ้นขุนช่างเคี่ยนอยู่ที่ เที่ยวละ 200 บาท

 


0026

7. สถานีเกษตรที่สูงสันป่าเกี๊ยะ(ดอยแม่ตะมาน) จ.เชียงใหม่

สถานีเกษตรที่สูงสันป่าเกี๊ยะ ดอยแม่ตะมาน อยู่ในเขตอำเภอเชียงดาว ที่นี่ก็มีดอกพญาเสือโคร่งให้ชมเช่นกัน แม้ว่าจะมีอยู่เพียงไม่กี่ต้น แต่ถ้าเมื่อได้บวกเข้าด้วยบรรยากาศวิวอลังการ และฉากหลังอย่างดอยหลวงเชียงดาว ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ดูน่าสนใจเช่นกัน

ดอกนางพญาเสือโคร่ง ณ ดอนแม่ตะมาน

ดอกนางพญาเสือโคร่ง ณ ดอนแม่ตะมาน

ดอกนางพญาเสือโคร่ง ณ ดอนแม่ตะมาน

ดอกนางพญาเสือโคร่ง ณ ดอนแม่ตะมาน

 

การเดินทางสู่ดอยแม่ตะมาน

  • รถส่วนตัว (แนะนำเป็นรถ 4WD เท่านั้น) จากตัวจังหวัดเชียงใหม่ ไปตามทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 107 (เชียงใหม่-ฝาง) เลี้ยวซ้ายระหว่างหลัก กิโลเมตรที่ 67 (หน้าปากทางเข้าซอยมีป้ายเขียนว่า ทางเข้าวัดจอมคีรี) ขับเข้าไปเรื่อย จะถึงเส้นทางลูกรัง สภาพทางในบางช่วงที่ฝนตก อาจจะเละ และค่อนข้างเดินทางทางลำบากควรใช้ความระมัดระวังอย่างสูง  โดยระยะทางจากปากทาง ไปจนสิ้นสุด ถึงที่ทำการหน่วยจัดการต้นน้ำแม่ตะมาน รวมประมาณ  23 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง หรือมากกว่านั้น(แล้วแต่สภาพทาง)
  • รถโดยสารสารธารณะ นั่งรถโดยสารจากตัวเมืองเชียงใหม่ไปลง อำเภอเชียงดาว จากนั้นติดต่อนัดหมายให้ รถกระบะ 4WD มารับขึ้นไปได้ (ราคาประมาณ 2200-2400 บาท)

 

 

นอกจาก.. 7 สถานที่ดังกล่าวแล้ว ในเชียงใหม่ หรือ ในประเทศไทยเอง ก็ยังมีสถานที่ชมดอกนางพญาเสือโคร่งอีกมากมาย สามารถเลือกไปเที่ยวชมได้ตามความสะดวก.. ซึ่งถ้าใครสนใจจะไป “ล่าเสือ” ก็ต้องรีบวางแผนกันหน่อย ต้องรีบไปก่อนที่ดอกจะโรยราไปเสียก่อน..นะ รับรองได้ไปถ่ายรูปสวยๆ กันแน่นอน!

0029

 

 


 

 

การท่องเที่ยวเชิงไฉไล | CHAILAIBACKPACKER

Fanpage : https://www.facebook.com/chailaibackpacker

Instagram : CHAILAIBACKPACKER

Twitter : @chailaibackpack / goo.gl/VIBXC9

 

Comments

Share Button