#เที่ยวบางสะพาน : พายคายัค | เที่ยวถ้ำ | ชิลริมเล | กินซีฟู้ด

นั่งรถไฟ.. ไป บางสะพาน : พายคายัค ชมธรรมชาติ ณ ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์คลองปากปิด

 

เนื่องจาก.. มีความรู้สึกอยากนั่งรถไฟไปเที่ยว ทริปนี้ก็เลยเกิดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว โดยเลือกจุดหมายไปที่ “บางสะพาน” จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพราะ เป็นสถานที่ที่ผมไม่เคยไปเยือนมาก่อน และดูเหมาะกับหน้าร้อนแบบนี้อย่างมาก อีกอย่างระยะทางก็อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก ไปเที่ยวได้อย่างสบาย

ทริปนี้.. จะพามาเที่ยว บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ กันครับ โดยมีโปรแกรมคร่าวๆ คือ ช่วงเช้า จะพายคายัค ชมธรรมชาติ ท่ามกลางบรรยากาศชิลๆ ที่ ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์คลองปากปิด บ้านท่าฝาย ก่อน แล้วช่วงบ้ายก็จะเช่ามอเตอร์ไซค์ขับวนเที่ยวในบางสะพานครับ เป็นการเดินทางสั้นๆ เที่ยวชิลๆ 1 วัน ใน บางสะพาน ..ตามมาเที่ยวกันได้เลย!

พายคายัค.. ชมธรรมชาติ.. ณ ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์คลองปากปิด

คลองปากปิด เป็นคลองสาขาที่แยกมาจาก คลองบางสะพาน ซึ่งจะไหลเป็นเส้นทางคดเคี้ยว ผ่านผืนป่าโกงกาง ออกไปสู่ทะเล ซึ่งในบางช่วงฤดูกาล บริเวณปากคลองแห่งนี้ ก็จะปิด เนื่องจากผลกระทบจากสภาพอากาศ และ จากกระแสน้ำที่ไหลก็ได้พัดพาตะกอนดินทรายไปทับถม ทำให้เกิดเป็นสันดอนทรายปิดกั้นระหว่าง คลอง กับ ทะเล จึงเป็น ชื่อเรียกของสถานที่แห่งนี้ครับ

เมื่อเห็นกิจกรรมของที่นี่เป็นครั้งแรก ก็รู้สึกสนใจโดยทันทีเลยครับ แถมราคาก็ไม่แพงด้วยครับ ค่าพายคายัค แค่คนละ 50 บาท เท่านั้นเอง มีบริการอาหารเช้าด้วย ถ้าจะรับก็เพิ่มอีกคนละ 50 บาท (ควรติดต่อไว้ล่วงหน้า) หรือ ถ้าหากอยากไปเที่ยวถ้ำต่อ ก็มีรถพาไปเที่ยวถ้ำ พร้อมมีไกค์คอยดูแล ค่าใช้จ่าย 100 บาท คุ้มค่ามากๆ เลย!

กิจกรรมท่องเที่ยว

  • พายคายัค คนละ 50 บาท จะเปิดบริการ 2 รอบ ต่อ วัน รอบเช้า ชมพระอาทิตย์ขึ้น เริ่ม 06.00 น. – 08.00 น. รอบเย็น ชมพระอาทิตย์ตก เริ่ม 16.00 น. – 18.00 น. แต่ละรอบใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ระยะทางในการพาย มีทั้งแบบ ระยะทางสั้น และ ระยะทางยาว ตามความต้องการ (รับอาหารเช้าแบบท้องถิ่น เพิ่มคนละ 50 บาท)
  • เที่ยวถ้ำ(ถ้ำน้ำทิพย์ และ ถ้ำเพลินจิต) คนละ 100 บาท อยู่ไม่ไกลจาก ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์คลองปากปิด ใช้เวลาในการเที่ยวถ้ำประมาณ 1-2 ชั่วโมง

ติดต่อ ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์คลองปากปิด โทร 085 425 3929 หรือ ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์คลองปากปิด

แนะนำโปรแกรมการเดินทาง

วิธีที่สะดวก(และสนุก)ที่สุด คือ การนั่งรถไฟออกจาก สถานีกรุงเทพฯ ในช่วงค่ำ ให้มาถึง สถานีรถไฟบางสะพานใหญ่ ในช่วงก่อน 06.00 น. เพื่อจะได้ไปพายคายัคให้ทันรอบเช้า (หรือ ใครชอบบรรยากาศช่วงเย็น ก็เลือกไปพายคายัครอบเย็นก็ได้ครับ) แนะนำให้จอง อาหารเช้า เอาไว้ด้วยนะ เป็นอาหารเช้าแบบท้องถิ่น คนละ 50 บาท เมื่อพายค่ายัคเสร็จ ก็กลับมาทานอาหารเช้า แล้วก็ไป เที่ยวถ้ำต่อ จนถึงเวลาประมาณ 10.00 น. ก็เสร็จเรียบร้อย

จากนั้น.. ช่วงเที่ยงเป็นต้นไป ก็เลือกไปเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ของ บางสะพาน ต่อ ได้ตามใจชอบ โดยอาจจะหาเช่ามอเตอร์ไซค์ ขับออกไปเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญต่างๆ ของบางสะพาน เช่น วัดทางสาย, วัดเขาโบสถ์, อ่าวบ่อทองหลาง, หาดแม่รำพึง, อุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม เป็นต้น

ออกเดินทาง! นั่งรถไฟ ไป.. “บางสะพาน

เริ่มต้นออกเดินทาง ที่ สถานีรถไฟกรุงเทพฯ ด้วยรถไฟขบวนด่วนพิเศษ 39/41 จาก สถานีกรุงเทพฯ เวลา 22.50 น. ลงไปทางใต้ มุ่งสู่ สถานีบางสะพานใหญ่ เวลา 04.32 น. (ค่าโดยสาร 480 บาท)

รถไฟขบวนด่วนพิเศษนี้ ผมมีโอกาสได้ใช้บริการอยู่บ่อยๆ ครับ บรรยากาศบนรถไฟ ก็ค่อนข้างที่จะหนาว เพราะ แอร์เย็นมากๆ บนรถไฟเขามีบริการอาหารว่างด้วยนะ กินแล้ว ก็งีบหลับสักหน่อย..

เดินทางมาถึง สถานีรถไฟบางสะพานใหญ่ ช้ากว่าปกติเล็กน้อย ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะ ผมต้องรอให้เช้าก่อนอยู่แล้ว ก็นั่งเล่นภายในสถานีไปก่อนสักพัก

สถานที่แรกที่จะไป ก็คือ คลองปากปิด ซึ่งการเดินทาง จาก สถานีรถไฟบางสะพานใหญ่ สามารถขึ้นวินมอเตอร์ไซค์ 50 บาท ไปลงที่ ท่าเรือท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์คลองปากปิด ได้

ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์คลองปากปิด บางสะพาน

จาก สถานีรถไฟบางสะพานใหญ่ มาถึง ท่าเรือท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์คลองปากปิด ใช้เวลาประมาณ 5 นาทีเท่านั้น บริเวณโดยรอบของท่าเรือแห่งนี้ ก็ดูเป็นธรรมชาติดีมาก บรรยากาศดูร่มรื่น เขียวขจีดี แต่ปัญหาสำคัญ ณ ตอนนี้ ก็คือ เมฆกลุ่มใหญ่ที่ลอยมาปกคลุม ทำให้ลุ้นว่า.. จะได้ออกไปพายคายัคมั้ย?

ก่อนที่จะออกไปพายคายัค ผมก็ได้รับคำแนะนำ จาก พี่ติ๊ก ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านท่าฝาย ที่คอยมาให้คำแนะนำ และ อธิบายเส้นทางในการพายคายัคท่องเที่ยว

และแล้ว.. ฝนก็เทลงมาจนได้! จึงต้องนั่งหลบฝน พร้อมลุ้นให้ฝนรีบซาไวๆ และ ก็ถือว่าเป็นโชคดี ที่ฝนตกลงมาแค่แป้บเดียว เท่านั้น พร้อมออกไปพายคายัคกันได้..

พอลงคายัคได้ อากาศก็เริ่มดี รีบพายไปตามเส้นทาง โดยมีจุดหมายที่ชายหาด

บรรยากาศสองฝั่งคลองที่ผ่านมาดูร่มรื่นดีมาก อากาศสบายๆ

ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน มาเป็นไกค์พาเที่ยว ช่วยพายคายัค พาชมธรรมชาติในคลองแห่งนี้ด้วย ทำให้ได้รู้ความเป็นมาของสถานที่แห่งนี้ได้เป็นอย่างดีเลยครับ

ป่าโกงกาง เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำหลากหลายชนิด

พายมาสักระยะเริ่มจะหมดแรงกันบ้าง 55+

จาก ท่าเรือ พายคายัค มาประมาณ 1 กิโลเมตร ก็จะถึงบริเวณที่เรียกว่า.. “คลองปากปิด”

บางช่วงฤดูกาล บริเวณปากคลองแห่งนี้ก็จะปิด(อย่างเช่นตอนนี้) เนื่องจากผลกระทบจากสภาพอากาศ และ จากกระแสน้ำที่ไหลก็ได้พัดพาตะกอนดินทรายไปทับถม ทำให้เกิดเป็นสันดอนทรายปิดกั้นระหว่าง คลอง กับ ทะเล จึงเป็น ชื่อเรียกของสถานที่แห่งนี้ครับ

บริเวณสันดอนทราย เป็นชายหาดขนาดใหญ่ มีมุมสำหรับนั่งเล่น หรือ นั่งพักเหนื่อยด้วย ที่จริงตรงนี้ จะเป็นที่ชมพระอาทิตย์ขึ้น(และพระอาทิตย์ตก) แต่ดันมีฝนตกในช่วงเวลานั้นพอดี พอมาถึงจุดนี้.. ก็เป็นเวลาสายพอสมควรแล้วครับ

สันดอนทราย มีขนาดใหญ่กว่าที่คิดมาก ซึ่งบางช่วงที่ ปากคลองเปิด ก็สามารถพายคายัค ออกไปพายเล่นที่ทะเลได้ด้วย

จากนั้น ก็มาพายคายัคกันต่อ โดยลองพายเข้าไปตามคลองสายเล็กๆ กันบ้าง เพราะ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แนะนำมาว่า จะได้เห็น กุ้ง หอย ปู ปลา สัตว์น้ำต่างๆ ที่อยู่ตามรากไม้ต่างๆ ได้ง่ายกว่า บรรยากาศดูร่มรื่นเย็นสบายจริงๆ

ใช้เวลาพายคายัคอยู่ ร่วม 2 ชั่วโมง ก็ได้เวลาอันพอสมควร สำหรับกล้ามเนื้อแขนแล้ว เพราะล้ามาก 55+ ก็พายกลับไปยัง ท่าเรือ ตรงจุดเริ่มต้น

จากที่ผมได้ติดต่อ อาหารเช้า ไว้ล่วงหน้า เมื่อขึ้นจากท่าเรือ ก็พร้อม ทานอาหารเช้าได้เลย คิดราคา คนละ 50 บาท คุ้มมาก อาหารก็อร่อยดีครับ มีขนม มีของหวาน แบบท้องถิ่นด้วย ใช้แรงมาเหนื่อยๆ กินหมดเรียบเลยแหละ..

มาเที่ยวที่ “ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์คลองปากปิด” รู้สึกว่า.. ได้รับการบริการที่ดีมากเลยนะครับ ผมได้ พี่ติ๊ก ซึ่งเป็น ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ของที่นี่ คอยมาดูแล และ คอยเป็นไกค์พาเที่ยว ด้วยตัวเองเลยครับ ทำให้ความรู้ต่างๆ ของที่นี่ได้เป็นอย่างดีเลย ได้เห็นธรรมชาติ และ บรรดาสัตว์น้ำตัวเล็กๆ ที่อยู่อาศัยในป่าโกงกาง ถ้าใครมีโอกาสได้มาเที่ยวแบบผม รับรองประทับใจแน่นอนครับ

 

เที่ยวถ้ำ (วัดเขาม้าร้อง)

ไหนๆ ก็มาเที่ยวแถวนี้แล้ว.. ก็เลยอยากแนะนำให้ไป เที่ยวถ้ำต่อครับ (ถ้ำน้ำทิพย์ และ ถ้ำเพลินจิต) คนละ 100 บาท ใช้เวลาในการเที่ยวถ้ำประมาณ 1-2 ชั่วโมง โดยราคานี้ จะรวมรถรับ-ส่ง และไกค์พาเที่ยวในถ้ำอีกด้วย ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน พี่ติ๊ก ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน พามาเที่ยวต่อเลย ซึ่งถ้ำนี้จะอยู่ภายในบริเวณวัด ก่อนเข้าไปภายในถ้ำ ก็ต้องมีการบริจาคค่าไฟ คนละ 20 บาท แล้วแม่ชีที่คอยดูแลก็จะเปิดไฟภายในถ้ำให้ครับ

พี่ติ๊ก พาเดินเข้ามาภายในบริเวณถ้ำ พร้อมเล่าประวัติความเป็นมาของถ้ำแห่งนี้

ภายในถ้ำ มีหินงอกหินย้อย และ พระพุทธรูปปางสมาธิเรียงรายตลอดแนว

ตามเพดานถ้ำจะเห็นค้างคาวอยู่เป็นจำนวนมาก

บริเวณโถงถ้ำขนาดใหญ่ ด้านบนมีปากปล่องเป็นช่องทางเข้าออกของค้างคาว

บ่อน้ำทิพย์ บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ถือเป็นน้ำที่บริสุทธิ์ จึงถูกนำไปใช้ในงานพระราชพิธีสำคัญต่างๆ

อีกหนึ่งจุดสำคัญของ เขาถ้ำม้าร้อง ผนังถ้ำหินย้อยที่มีลักษณะรูปร่างคล้ายหัวม้า

ที่จริง.. มีอีกถ้ำ ที่ชื่อ ถ้ำเพลินจิต อยู่ในบริเวณใกล้เคียงกัน สามารถเดินเข้าไปชมได้ แต่เนื่องจากต้องใช้แรงในการเดิน และรู้สึกล้าๆ จากการพายคายัค อยู่พอสมควร ก็เลยคิดว่า.. เอาแค่ถ้ำเดียวก่อนดีกว่า 55+ จากนั้น รถก็กลับมาส่งที่ร้านเช่ามอเตอร์ไซค์ครับ ในช่วงบ่ายนี้ จะเช่ามอเตอร์ไซค์ขับเที่ยวในบางสะพานกัน..

เที่ยววนไป.. ใน “บางสะพาน

บ่ายนี้.. เพื่อความสะดวก จึงใช้วิธี เช่ามอเตอร์ไซค์ ขับไปเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญต่างๆ ในบางสะพานครับ ซึ่งก็ช่วยให้การเดินทางสะดวก และ ประหยัดดีมาก สามารถหาเช่ารถมอเตอร์ไซค์ได้ ในราคา 200-300 บาท ต่อวัน

ได้รถมอเตอร์ไซค์มาแล้ว ก็มาที่ วัดเขาโบสถ์ วัดคู่บ้านคู่เมืองของ บางสะพาน ตั้งเด่นอยู่บนเขาใจกลางเมือง จาก สถานีรถไฟบางสะพานใหญ่ ก็มองเห็นตัวโบสถ์ที่อยู่บนเขาแห่งนี้ได้ด้วยนะ

บริเวณภายใน วัดเขาโบสถ์ ซึ่งอยู่บนเขา

มา “บางสะพาน” ทั้งที ก็ต้องขึ้นมาไหว้พระ เพื่อความเป็นสิริมงคลกันสักหน่อยครับ

หลบแดดร้อนๆ มาเข้าป่ากันต่อที่.. อุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม หรือ วนอุทยานป่ากลางอ่าว ตั้งอยู่ตรงสามแยกป่ากลางอ่าว บริเวณพื้นที่นี้เป็นป่ากลางเมือง ที่มีความร่มรื่นและเต็มไปด้วยต้นไม้หลากหลายชนิด มี เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ให้เดินชมธรรมชาติภายในป่าอีกด้วย

เดินชมธรรมชาติไปตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ภายใน อุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม มาพักผ่อนเดินเล่น บรรยากาศเย็นๆ แถมได้ความรู้อีกต่างหาก

วนมอเตอร์ไซค์ไปชมแถวริมหาดบ้างครับ ที่ บางสะพาน มีหาดที่น่าสนใจอยู่หลายหาด อย่าง หาดแม่รำพึง ในวันที่ท้องฟ้าสดใส ชมวิวได้สุดลูกหูลูกตา

คิดว่า.. จะไปหาซีฟู้ดกิน นั่งชิลริมทะเล ที่ อ่าวบ่อทองหลาง ครับ ก็เลยได้แวะมาเที่ยวที่ วัดบ่อทองหลาง ซึ่งอยู่ใกล้กับ อ่าวบ่อทองหลาง

อ่าวหัวพิน เป็นอ่าวที่อยู่ใกล้กับ อ่าวบ่อทองหลาง อยู่ติดกับ วัดบ่อทองหลาง นี่เอง ซึ่งอ่าวนี้จะเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว เวลาที่น้ำลดก็จะเห็นสันดอนทรายโผล่ขึ้นมา เป็นทางเดินเชื่อมไปยังเกาะเล็กๆ ที่อยู่ใกล้เคียง เหมือนทะเลแหวก

อ่าวบ่อทองหลาง เป็นอ่าวเล็กๆ ชายหาดมีลักษณะโค้งเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว น้ำใสสะอาด สามารถลงไปเล่นน้ำคลายร้อนได้ และ บริเวณริมหาดก็มีร้านอาหาร พร้อมเตียงผ้าใบ บริการอยู่หลายร้าน สามารถเดินเลือกได้เลย ที่นี่อาหารราคาไม่แรงอย่างที่คิดครับ

ฟ้าสวย น้ำใส ชายหาดสะอาด บรรยากาศแบบนี้ นั่งพักผ่อน ชมวิว ชิลได้ทั้งวันเลย

นั่งๆ นอนๆ พักผ่อนใต้ต้นไม้ริมหาด บรรยากาศมันดีจริงๆ นะ

ร้านอาหารริมหาด ที่ อ่าวบ่อทองหลาง มีอยู่หลายร้าน สามารถสั่งมานั่งกินที่โต๊ะ ริมชายหาดได้เลย เมนูอาหารที่สั่งมาก็มี หมึกย่าง, ยำสามกรอบ, เอ็นหอยผัดฉ่า รสชาติอาหารก็ถือว่าอร่อยดีครับ

ช่วงบ่ายๆ แบบนี้.. นั่งๆ นอนๆ รับลมทะเลมันชิลดีมากเลย ทำให้รู้สึกขี้เกียจไปเที่ยวที่อื่นต่ออย่างมาก 55+

ตั้งใจว่า.. ก่อนกลับไปยังสถานีรถไฟ จะแวะไป วัดทางสาย วัดสวยๆ สถานที่สำคัญของบางสะพาน ก่อน แต่.. ก็ไม่ได้ไป เพราะ ฝนดันมาตกอีก จากแดดร้อนเปรี้ยง ผ่านไปแป้บเดียว ฝนมาไวมากๆ ทำให้พลาดไปเที่ยววัดสวยๆ ของ บางสะพาน เลย เดี๋ยวเก็บเอาไว้รอบหน้าค่อยมาใหม่ครับ

 

1 วัน ใน “บางสะพาน

ทริปนี้.. ก็เป็นทริปสั้นๆ เที่ยวบางสะพานใน 1 วัน ถือว่า..มาพักผ่อนเปลี่ยนบรรยากาศกันไปครับ

“บางสะพาน” สามารถมาเที่ยวได้ง่ายๆ เลยนะครับ บรรยากาศก็ดี ผู้คนก็ใจดีอีกด้วย.. มีเวลาน้อยๆ ก็เที่ยวได้ หรือ ถ้าจะให้ดีต้องต้องมานอนค้างสักคืนครับ มีที่พักริมทะเลให้เลือกพักเยอะแยะเลย ซึ่งถ้ามีโอกาสก็จะไปเยือนอีกครั้ง พร้อมนอนสักคืน อย่างแน่นอนครับ!

 


การท่องเที่ยวเชิงไฉไล | CHAILAIBACKPACKER

Fanpage : https://www.facebook.com/chailaibackpacker
Instagram : CHAILAIBACKPACKER
Twitter : @chailaibackpack / goo.gl/VIBXC9
E-mail : chailaibackpacker@gmail.com
Website : www.chailaibackpacker.com

Comments

Share Button

RELATED POSTS

EP3/3 Sapporo : สัมผัสหิมะบน Mt.Asahidake แวะกินเนื้อแกะเจงกิสข่าน!

EP2/3 Sapporo : Otaru เที่ยวตลาดปลา เก็บแอปเปิ้ล ในวันที่ฝนโปรยปราย!

EP1/3 Sapporo : จะเที่ยวก็สนุก จะกินก็อิ่ม ที่นี่.. ซัปโปโร!

#บ้านขุนสมุทรจีน : วังใหญ่โฮมสเตย์ อาหาร 3 มื้อ(500 บาท/คน)

บ้านข้าวหอมโฮมสเตย์ จ.สิงห์บุรี : นอนริมนา ชิลริมทุ่ง ใกล้กรุง!

กาลครั้งหนึ่ง.. ศรีสะเกษ | Once Upon a Time.. SISAKET

ชุมชนบ้านแหลมกลัด : หาหอย ลอบปู ดูวิถีชาวประมง

#บุรีรัมย์ : เยือนถิ่นเซาะกราว นอนโฮมสเตย์ ชิมอาหารท้องถิ่น!

#เที่ยวชุมพร : นอนท้องตมใหญ่โฮมสเตย์ ตกหมึก กินซีฟู้ด สุดฟิน!

ภูผา ผืนนา ป่าล้อม ย้อมคราม ณ บ้านหนองส่าน จ.สกลนคร

#รีวิวสิงคโปร์ : 2 วัน 1 คืน ..มีเวลาน้อยก็เที่ยวได้!(ตอนที่ 2)

#รีวิวสิงคโปร์ : 2 วัน 1 คืน ..มีเวลาน้อยก็เที่ยวได้!(ตอนที่ 1)