9 จุดเช็คอินไม่ควรพลาด! ..เส้นทางสู่ยอดดอยอินทนนท์

กิ่วแม่ปาน

9 จุดเช็คอินไม่ควรพลาด! เส้นทางระหว่าง เชียงใหม่ สู่ ยอดดอยอินทนนท์

 

..เส้นทางตามหาความหนาวที่ต้องไปพิชิตสักครั้งในชีวิต!

 

0

 

 

การเดินทางสู่ ยอดดอยอินทนนท์

จาก ตัวเมืองเชียงใหม่ สู่ ยอดดอยอินทนนท์ รวมระยะทางประมาณ 106 กิโลเมตร

รถยนต์ส่วนตัว – จากตัวเมืองเชียงใหม่ ขับไปตาม ทางหลวงหมายเลข 108 เชียงใหม่-จอมทอง เมื่อถึงอำเภอจอมทองจะมีแยกขวา ให้เลี้ยวขวาเข้า ทางหลวงหมายเลข 1009 สายจอมทอง-อินทนนท์ ระยะทาง 50 กิโลเมตร ก็จะถึงยอดดอยอินทนนท์ รถยนต์ที่สภาพรถดีสามารถขึ้นไปสู่ยอดดอยได้สบาย เพราะถนนลาดยางตลอดสาย และการขับรถยนต์ไปเองก็สามารถแวะเที่ยวตามรายทางได้อย่างสะดวกดีด้วย

รถโดยสารประจำทาง – สามารถนั่งรถสองแถว สายเชียงใหม่-จอมทอง จากประตูเชียงใหม่ มาลงที่อำเภอจอมทอง จากนั้นต่อรถสองแถวที่วินสองแถวหน้าวัดพระธาตุศรีจอมทอง รถสองแถวอาจจะออกไม่ตรงเวลา และไม่สามารถแวะเที่ยวตามรายทางได้ การเหมารถเที่ยวจึงเป็นทางออกที่ดี

รถมอเตอร์ไซค์เช่า – วิธีนี้อยากแนะนำ(สำหรับคนที่ขับขี่ได้อย่างแข็งแรง) เป็นวิธีที่ผมใช้อยู่บ่อยๆ เพราะสามารถแวะเที่ยวได้ตามใจต้องการ และ เส้นทางนี้ก็เป็นเส้นทางที่เหมาะกับการขี่มอเตอร์ไซค์เที่ยวมาก อากาศเย็นสบาย สดชื่น สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้ ได้สูดอากาศดีๆ บรรยากาศดีมากๆ ซึ่งสามารถเช่ามอเตอร์ไซค์จากตัวเมืองเชียงใหม่ ได้เลย หรือ ไม่อยากขับขี่ไกล ก็มาหาเช่าที่อำเภอจอมทองเลยก็ได้ ค่าเช่า 200-300 บาทต่อวัน สบายๆ ครับ

ลองไปดูกันดีกว่าครับ ว่าเส้นทางนี้.. มีอะไรให้เที่ยวกันบ้าง?

 

1

1. พระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่

วัดพระธาตุศรีจอมทอง ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางในเส้นทางนี้เลยครับ บริเวณหน้าวัดเป็นวินรถสองแถวขึ้นดอยอินทนนท์ ใครไม่มีรถ จะมาขึ้นดอยก็ต้องมาติดต่อวินที่นี่ และก็ต้องแวะเข้าวัดไปไหว้พระ เพื่อเป็นสิริมงคลกันเสียก่อน

วัดพระธาตุศรีจอมทอง เป็นพระธาตุประจำปีชวด ยอดดอยจอมทอง เป็นที่ประดิษฐานพระบรมธาตุส่วนพระเศียรเบื้องขวา มีความพิเศษแตกต่างจากที่อื่นคือ เป็นพระบรมธาตุที่ไม่ได้ฝังใต้ดิน แต่ประดิษฐานอยู่ในกู่ภายในวิหาร สามารถอัญเชิญมาสรงน้ำได้

 

 

2

2. น้ำตกวชิรธาร

เมื่อเลี้ยวจากทางหลวงหมายเลข 108 เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1009 สายจอมทอง-อินทนนท์ มาประมาณ 20 กิโลเมตร(กม.20) สังเกตป้ายทางเข้า น้ำตกวชิรธาร ฝั่งขวามือ แล้วจึงเลี้ยวเข้าสู่ซอยเล็กๆ เป็นทางลาดลงเนินอีกประมาณ 800 เมตร ก็จะมาถึง ตัวน้ำตกวชิรธาร เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ ในช่วงที่น้ำหลาก น้ำที่ตกลงมาสู่เบื้องล่างจะแตกกระเซ็นส่งละอองน้ำอันชุ่มฉ่ำไปทั่วบริเวณ แถวนี้มีร้านอาหาร และห้องน้ำ ไว้บริการด้วยนะ

 

3

3. น้ำตกสิริธาร

จาก น้ำตกวชิรธาร เลยมาอีกไม่ไกล ก็มาถึง “น้ำตกสิริธาร” (กม.23) เป็นน้ำตกที่ไหลลงมาจากผาหินขนาดใหญ่ มีความสูงของน้ำตกประมาณ 50 เมตร น้ำจะไหลลดหลั่นกันลงมาเป็น 2 ชั้นต่อกันอย่างสวยงาม ธรรมชาติโดยรอบก็ดูสดชื่นดี

 

 

4

4. บ้านแม่กลางหลวง

เมื่อมาถึง กม. 26 ให้สังเกตุฝั่งซ้ายมือ จะเห็นเป็นทุ่งนาที่เป็น นาขั้นบันได ซึ่งถ้าหากมาถูกช่วงก็จะเห็นนาขั้นบันไดที่สวยงามอลังการมาก ซึ่งช่วงดังกล่าวนั้นก็ คือ
## ช่วงเดือน กันยายน – ตุลาคม เป็นช่วงที่ต้นข้าวเขียวขจีขึ้นแน่นเต็มท้องนา
## ช่วงปลายเดือน ตุลาคม – พฤศจิกายน เป็นช่วงที่ต้นข้าวเริ่มออกรวงเหลืองอร่ามเต็มท้องนาสวยงามไปอีกแบบ
และ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มาช่วงเวลาดังกล่าว ก็สามารถแวะเข้าไปเที่ยว ไปจิบกาแฟ ไปดูกรรมวิธีชงกาแฟแบบดั้งเดิมสักหน่อยก็ได้ หรือ มีเวลาก็อาจมาพักโฮมสเตย์ นอนเงียบๆ อยู่ที่นี่สักคืนก็ดีไม่น้อยครับ

 

 

5

5. ตลาดม้ง ดอยอินทนนท์

ที่นี่เป็นเหมือนร้านค้าชุมชน ที่นำผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ทั้งผัก ผลไม้ ทั้งของสด และของแห้ง ออกมาจำหน่ายให้ซื้อเป็นของฝากกลับบ้าน สินค้าที่สามารถเห็นได้ก็เป็นพวกผัก ผลไม้ ตามฤดูกาล ที่น่าสนใจก็คงเป็น สตรอเบอร์รี่ ถ้ามาในช่วงฤดูหนาวได้เจอแน่นอน และนอกจากนี้ก็อาจจะมีพวกของแปลกตา ของป่าต่างๆ อีกด้วย

โดยส่วนมาก ที่นี่จะแวะ ในตอนขากลับมาจากยอดดอยกันครับ เพราะว่าจะได้ไม่ต้องหิ้วของ หรือ ห่วงพะวงของที่ซื้อมา ซื้อก่อนกลับบ้านกันว่างั้น!

 

 

6. พระมหาธาตุเจดีย์ นภเมทนีดล – นภพลภูมิสิริ

ระยะทางที่เริ่มไต่ระดับความสูงขึ้นมาเรื่อยๆ มาเดินทางมาถึง กม. 40 ก็จะมาถึงสถานที่สำคัญ นั่นก็คือ พระมหาธาตุเจดีย์ นภเมทนีดล – นภพลภูมิสิริ

พระมหาธาตุเจดีย์ นภเมทนีดล – นภพลภูมิสิริ เป็นพระธาตุที่ทางกองทัพอากาศร่วมกับพสกนิกรชาวไทยทั่วประเทศ ร่วมใจสร้างถวายแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงเจริญพระชนมายุครบ 60 พรรษา เมื่อปีพุทธศักราช 2530 และเทิดพระเกียรติแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในมหามงคลสมัยที่ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2535

บรรยากาศโดยรอบบริเวณพระมหาธาตุเจดีย์ทั้ง 2 องค์ สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของดอยอินทนนท์โดยรอบได้อย่างชัดเจน ตรงนี้ชมวิวได้สวยงามมากโดยไม่ต้องเดินไปไหนไกลเลยครับ

 

 

7

7. กิ่วแม่ปาน

มาถึง จุดแวะเที่ยวที่ยอดนิยม อย่าง “กิ่วแม่ปาน” (กม.42) เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติระยะสั้น เป็นวงรอบระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ถ้าจะเข้าไปต้องติดต่อขอเจ้าหน้าที่นำทางที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวกิ่วแม่ปาน ตรงเริ่มเดินทางเสียก่อน โดยเปิดให้นักท่องเที่ยวเริ่มเข้าในช่วงเช้าตรู่ ซึ่งเป็นเวลาที่เหมาะสมในการเดินชมธรรมชาติในอากาศแบบเย็นสบาย

และตรงจุดชมวิว.. ถือเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น และ ทะเลหมอกที่สวยงามอีกจุดหนึ่ง จึงเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวอย่างมาก

 

 

8

8. เส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกา

เส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกา หรือ ที่เรียกกันติดปากสั้นๆ ว่า “อ่างกา” เป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่ใช้เวลาในการเดินชมธรรมชาติไปตามเส้นทางสะพานไม้ไม่เกิน 1 ชั่วโมงก็ครบแล้ว ซึ่งระบบนิเวศน์ของที่นี่ก็ไม่เหมือนกับที่ไหน จึงมีความรู้สึกว่าหลุดไปอยู่ในโลกดึกดำบรรพ์กันเลยทีเดียว ได้เห็นต้นไม้แปลกๆ บางชนิดมีรูปร่างประหลาดตา บริเวณนี้อากาศจึงชื้นมาก มองไปทางไหนก็เจอแต่ความเขียวของใบไม้ และ ต้นไม้ที่ถูกปกคลุมไปด้วยมอส เฟิร์น แลดูเขียวขจีสดชื่นไปหมด

 

 

9
9. ยอดดอยอินทนนท์

ตรงข้ามกับทางเข้า “อ่างกา” ก็คือ ยอดดอยอินทนนท์ นั่นเอง เป็นจุดสิ้นสุดของ ทางหลวงหมายเลข 1009 ที่เดินทางมากันในเส้นทางนี้..

ยอดดอยอินทนนท์ เป็นยอดดอยที่สูงที่สุดในประเทศไทย มีความสูง 2,565 เมตร จากน้ำทะเลปานกลาง เป็นที่ตั้งสถานีเรดาร์ของกองทัพอากาศไทยและเป็นที่ประดิษฐานสถูปเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าเมืองเชียงใหม่องค์สุดท้าย บรรยากาศที่นี่จึงมีความหนาวเย็นตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในหน้าหนาว อากาศจะหนาวจัด จนในบางวันสามารถเห็น “เหมยขาบ” หรือ “แม่คะนิ้ง” ตามยอดหญ้าได้เลยครับ

และ มาถึงจุดนี้ต้องไม่พลาดที่จะไปถ่ายรูปกับป้าย “สูงสุดแดนสยาม” และ “หมุดหลักฐานจุดสูงสุดแดนสยาม” เป็นที่ระลึกว่าได้เดินทางมาถึง.. จุดสูงสุดของประเทศไทยแล้ว!!


 

การท่องเที่ยวเชิงไฉไล | CHAILAIBACKPACKER

Fanpage : https://www.facebook.com/chailaibackpacker

Instagram : CHAILAIBACKPACKER

Twitter : @chailaibackpack / goo.gl/VIBXC9

 

Comments

Share Button