#ล่องแพไทรโยค :: โดดน้ำ พักผ่อน นอนแพ ไทรโยคใหญ่ กาญจนบุรี

ไทรโยค กาญจนบุรี

ล่องแพไทรโยค :: โดดน้ำ พักผ่อน นอนแพ ไทรโยคใหญ่ กาญจนบุรี

 

เมื่อพูดถึง จังหวัดกาญจนบุรี ก็เป็นที่ทราบกันดีว่า.. เป็นจังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวเยอะมาก และมีความหลากหลายของสถานที่เที่ยว ทั้ง ธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม ให้ได้เลือกไปเที่ยว ไปพักผ่อนได้ตามความต้องการ

 

กาญจนบุรี จึงเป็นจังหวัดที่ได้มีโอกาสไปเยือนบ่อยมากๆ และคิดว่าหลายๆ คนก็คงเคยไปบ่อยๆ เช่นกัน เพราะนอกจากความสวยงามของธรรมชาติแล้ว ยังอยู่ใกล้ กทม. อีกด้วย เดินทางก็ไม่นาน สามารถไปเที่ยวได้ในระยะเวลาสั้นๆ อย่างเช่น เสาร์-อาทิตย์ ได้อย่างสบายๆ

kanchanaburi-1

ด้วยความสะดวกในการเดินทาง และปัจจัยหลายๆ อย่าง “กาญจนบุรี” จึงเป็นจุดหมายในการรวมตัวไปเที่ยวกันในครั้งนี้ ของเพื่อนร่วมเรียนสมัยมหาวิทยาลัย ที่ห่างหายการพบเจอกันมาได้สักระยะ ทุกคนต่างมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน ก็คือ “อยากไปล่องแพ” ก็เป็นอันตกลง และนัดหมายวันเดินทางกันล่วงหน้า ซึ่งการล่องแพจะให้สนุก ก็ต้องไปหลายคนแบบนี้แหละครับ!

 


 

DAY 1

10.00 น. ออกเดินทาง!

 

เมื่อถึงวันที่ออกเดินทาง สมาชิกทั้ง 10 คน ต่างคน มาจากต่างที่ ต่างมุ่งหน้าสู่จังหวัดกาญจนบุรี โดยบางส่วน ออกจาก กรุงเทพฯ ซึ่งก็ใช้เวลาเดินทางไม่นานกับระยะทางประมาณ 120 กิโลเมตร ใช้เวลาในการขับรถส่วนตัวไม่เกิน 2 ชั่วโมง ก็ถึงตัวเมืองกาญจนบุรี แต่ถ้านับระยะทางให้ไปถึงจุดหมายคือ การไปล่องแพไทรโยค นั้น ก็เหมือนว่ามาได้แค่ครึ่งทางเท่านั้น เพราะจากตัวเมืองกาญจนบุรี ต้องขับไปต่อตามเส้นทางหมายเลข 323 อีกประมาณ 100 กิโลเมตร เพื่อให้ไปถึง “อุทยานแห่งชาติไทรโยค” (น้ำตกไทรโยคใหญ่) รวมใช้เวลาการเดินทางทั้งหมดก็ร่วม 4 ชั่วโมง

map

 

 

15.00 น. อุทยานแห่งชาติไทรโยค(น้ำตกไทรโยคใหญ่)

 

เดินทางมาถึง “อุทยานแห่งชาติไทรโยค” ก็เป็นเวลาช่วงบ่ายๆ อากาศกำลังดี แม้สถานที่แห่งนี้จะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของจังหวัดกาญจนบุรี แต่พวกเราก็เพิ่งจะเคยมากันเป็นครั้งแรก บรรยากาศโดยรอบเมื่อเข้ามาภายในเขตอุทยานก็รู้สึกสดชื่นดี ต้นไม้เยอะ เหมาะกับการมาพักผ่อนสบายๆ เราจัดการชำระ ค่าธรรมเนียมอุทยาน(คนละ 100 บาท) ให้เรียบร้อย

kanchanaburi-1a

และ เตรียมของเพื่อลงแพ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากลานจอดรถ เนื่องจากต้องนอนบนแพหนึ่งคืน เราจึงต้องเตรียมเสบียงทั้งอาหารและเครื่องดื่มไปให้พร้อม ส่วนของบางอย่างทางแพอาจจะมี เช่น น้ำดื่ม น้ำแข็ง ฯลฯ ก็ลองสอบถามดูก่อนครับ จะได้ไม่ต้องขนกันไปมากมาย

kanchanaburi-1b

เวลาไม่คอยท่าเรารีบขนของลงแพ ในครั้งนี้มาใช้บริการของ “แพราชวัลลภ” เป็นแพขนาดกลาง สามารถพักได้ประมาณ 15-20 คน บนแพมีห้องนอนอยู่ 2 ห้อง แต่ละห้องนอนได้ประมาณ 2-3 คน  มีห้องน้ำอยู่ท้ายแพ มีเครื่องครัว เตา แก้ว จาน ชาม ไว้ในการประกอบอาหาร ซึ่งการได้มากับเพื่อนกลุ่มใหญ่แบบนี้ เราเลือกที่จะเอาเสื่อ ฟูก และผ้าห่ม ออกมาปูนอนเรียงกันอยู่ข้างนอก มันได้อารมณ์ดี

 

สำหรับเพื่อนๆ ที่อยากมาเที่ยวเมืองกาญจนบุรี แต่ไม่สะดวกนอนบนแพ ก็สามารถ ค้นหาที่พัก ที่ถูกใจก่อนได้นะครับ ที่กาญจนบุรีมีที่พักสวยๆ หลายที่เลย สามารถจองจองที่พักในกาญจนบุรีผ่านเวปไซต์ Traveloka ได้ตามลิ้งค์นี้เลยครับ จองง่าย สามารถชำระเงินได้หลากหลายช่องทาง จากนั้นค่อยมาหาเช่าแพเปียกล่องไปเล่นน้ำตกได้ครับ

kanchanaburi-2

หลังจากขนของลงแพเป็นที่เรียบร้อย เรือลำเล็กก็ลากแพออกไปตามแม่น้ำแควน้อย บรรยากาศในวันหยุดเช่นนี้ คนมาพักผ่อนเยอะ ทำให้ดูค่อนข้างจะคึกคัก แพก็ล่องไปเรื่อยๆ ให้ได้ชมวิวธรรมชาติทั้ง 2 ฝั่ง

kanchanaburi-3

kanchanaburi-3b kanchanaburi-3a

ด้านหลังของแพที่ลากล่องกันไปนั้น มีแพเล็กๆ เป็นแพเปียกที่สามารถเดินลงไปนั่งเล่นได้ เล่นน้ำไปด้วยในตัว ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยควรสวมเสื้อชูชีพ ด้วยนะ

kanchanaburi-4

เรือลำเล็ก ลากแพไปตามแม่น้ำ ผ่านบรรดาแพพัก และรีสอร์ทต่างๆ ที่ตั้งอยู่ริมน้ำ

kanchanaburi-5

แพค่อยๆ ลากไปเรื่อยๆ และ ในบางช่วงนึกสนุกก็อาจลงไปในน้ำแล้วเกาะแพเปียกให้พาลากไปตามน้ำ

kanchanaburi-6

แพลากมาถึง “น้ำตก” ซึ่งตรงจุดนี้ คนค่อนข้างจะเยอะมากๆ หลายแพมาจอดหยุดเล่นน้ำตกกันที่จุดนี้

kanchanaburi-7

kanchanaburi-7a kanchanaburi-7b

นั่งเล่นบนแพเปียกที่ค่อยๆ ล่องไปเรื่อยๆ แบบนี้ มันก็ชิลล์ดีเหมือนกันนะ

kanchanaburi-8

นั่งเบื่อๆ ก็ลุกมาโดดน้ำเล่นบ้าง กับ บรรยากาศในช่วงเย็นๆ แบบนี้

kanchanaburi-9

kanchanaburi-11

เริ่มออกไปไกลขึ้นเรื่อยๆ บรรยากาศรอบข้างก็ดูเหมือนจะสงบขึ้น

kanchanaburi-10

ตลอดระยะทาง นั่งชมบรรยากาศรอบข้าง ซึ่งทั้งสองฝั่งธรรมชาติก็สวยงาม

kanchanaburi-12

แพถูกลากมาจอด อยู่ที่ริมฝั่งแห่งหนึ่ง ซึ่งน่าจะเป็นจุดปักหลักสำหรับค่ำคืนนี้ บรรยากาศบริเวณนี้ โดยรอบดูสงบ ไม่วุ่นวาย และตรงฝั่งที่เราจอดแพก็มีลักษณะเป็นหาดทราย ที่สามารถลงไปเดินเล่น แช่น้ำเล่นได้ ช่วงเวลานี้จึงเป็นเวลาของการเล่นน้ำตามอัธยาศัยกันไปครับ

kanchanaburi-13

นานๆ ทีได้มาเที่ยว มาพักผ่อน ท่ามกลางธรรมชาติแบบนี้ ก็ขอโดดน้ำเล่นกันให้หนำใจกันสักหน่อย

kanchanaburi-14

บริเวณนี้น้ำไม่ลึก สามารถลงไปแช่น้ำเล่น เดินไปมาได้อย่างสบาย..

kanchanaburi-15

ด้านหลังของจุดจอดแพจะเป็นเหมือนชายหาด ที่ลงไปเดินเล่นได้

kanchanaburi-16

ด้านข้าง ไม่ไกลมาก.. จะเป็นน้ำตกอีกจุดหนึ่ง ที่ตอนเย็นขนาดนี้ก็ยังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว ที่รอให้แพพาลากเข้าไปเล่นน้ำ

kanchanaburi-17

 

 

17.00 น. ได้เวลาอาหารเย็น!

 

เนื่องจากต้องพักค้างคืนกันที่นี่ เสบียงอาหารจึงจำเป็นที่ต้องเตรียมมา ซึ่งถ้าไม่อยากลำบากก็อาจนำเสบียงแบบสำเร็จรูปลงแพมาเพื่อทานได้ หรือจะให้ทางแพเตรียมอาหารไว้ให้ก็ตามแต่ความสะดวกของแต่ละคน แต่..ไหนๆ มีโอกาสมาเที่ยวพักผ่อน แบบนี้แล้วก็ขอปิ้งย่าง ทำอาหารกันเอง กินกันเอง คงจะได้อารมณ์มากกว่า และบนแพก็มีอุปกรณ์ในการทำอาหารเตรียมเอาไว้ให้อย่างครบครันทีเดียว พร้อมกับถุงขยะสีดำใบใหญ่ สำหรับใส่เศษขยะต่างๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างที่พักอาศัยบนแพ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องช่วยกันรักษาความสะอาดกันด้วยครับ..

 

วัตถุดิบที่เตรียมมา ก็จะนำมาประกอบอาหารเป็นเมนูง่ายๆ อย่างเช่น หมูย่าง ไส้ย่าง ปลาเผาเกลือ ผัดกะเพรา ต้มยำ เป็นต้น

kanchanaburi-18 kanchanaburi-19

 

ช่วงเวลาของการทำอาหาร เหมือนว่าจะเล่นน้ำกันไป ทำอาหารไป ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันขึ้นจากน้ำมาดูผลงาน การปิ้งย่างที่ค้างบนเตา คอยพลิกไป พลิกมา ซึ่งในบางจังหวะอาจเผลอจนทำให้บางชิ้นไหม้ไป แต่ก็สนุกดี คอยปิ้งไป ชิมไป เล่นน้ำไป ชิ้นไหนไหม้ก็บ่นกันไป ส่วนชิ้นไหนดี.. นำมาหั่นแล้วจิ้มน้ำจิ้ม หยิบใส่ปาก ..อยากบอกว่า แซ่บอีหลี!

kanchanaburi-20

เมื่ออาหารทุกอย่าง ทุกเมนูเสร็จเป็นที่เรียบร้อย ก็ขึ้นจากน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ามาล้อมวงทานอาหารเย็นกันแบบพร้อมหน้าพร้อมตา ท่ามกลางความมืดมิดที่เริ่มมาเยือน บรรยากาศรอบด้านก็เริ่มเงียบ วงสนทนาก็เริ่มขึ้นหลังจากนั้น เป็นช่วงเวลาของการผ่อนคลาย จิบเครื่องดื่ม ร้องเพลงคาราโอเกะที่มีมาให้บนแพ ต่างพูดคุยสนทนากันไปตามประสาในราตรีนี้…. จนสมาชิกทยอยไปล้มตัวลงนอนทีละคน สองคน…

 


 

DAY 2

07.00 น. สวัสดียามเช้า!

 

เราต่างถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาด้วยเสียงเครื่องยนต์ของเรือ ที่วิ่งผ่านไป ผ่านมา และหนึ่งในลำนั้นก็คือ เรือขายก๋วยเตี๋ยว ที่ไม่ได้มาแค่เสียง แต่ยังมีกลิ่นหอมของน้ำซุปลอยโชยมาเตะจมูกซะด้วย ไม่ต้องคิดอะไรมาก เช้าๆ แบบนี้กำลังหิว  และ  อยากได้อะไรร้อนๆ ซดอยู่พอดี – ก๋วยเตี๋ยว(เรือ) ก็เลยกลายเป็นอาหารมื้อเช้าของทุกคนบนแพไป.. (อร่อยอยู่น๊า..)

kanchanaburi-21

อิ่มท้องกันแล้ว ก็เป็นเวลาพักผ่อน นั่งเล่น นอนเล่น กันตามอัธยาศัย ซึ่งในช่วงเช้าๆ แบบนี้ บรรยากาศยังคงสงบอยู่ ไม่ค่อยมีแพนักท่องเที่ยวลากผ่านสักเท่าไรนัก ก็เหมาะกับการนั่งเล่น จิบกาแฟ ชมธรรมชาติ ชิลล์ๆ

kanchanaburi-22

เมื่อรู้สึกว่าร่างกายตื่นตัว หายจากอาการเมาขี้ตาแล้ว ก็ได้เวลาที่ต้องลงเล่นน้ำกันต่อ

kanchanaburi-24 kanchanaburi-25

เนื่องจากเรือจะมาลากแพกลับในเวลาประมาณ 11.00 น.  เวลามีไม่มากนัก จึงต้องเล่นน้ำ โดดน้ำกันให้คุ้มสักหน่อย

kanchanaburi-23

ช่วงเวลาที่เหลือไม่กี่ชั่วโมงนี้ ก็เป็นช่วงเวลาของการอิ่มเอมกับธรรมชาติกันให้เต็มที่!

kanchanaburi-26

 

 

 

11.00 น.  เดินทางกลับ!

เมื่อเห็นเรือลำเล็กแล่นมาแต่ไกล โดยหันหัวเรือเข้ามาที่แพ ก็เป็นอันทราบกันดีว่า.. “หมดเวลาสนุกแล้วสิ!” .. เรือจะมาลากแพกลับเข้าไปที่ฝั่ง ตรงที่เราลงกันมาเมื่อวาน ซึ่งเรือจะพาลากกลับไปตามเส้นทางเดิม จึงเหมือนกับได้ล่องแพชมบรรยากาศเป็นการทิ้งทวนก่อนกลับอีกครั้ง

kanchanaburi-27

เมื่อเรือลากแพกลับมายังจุดเริ่มต้นลงแพ ก็ช่วยกันขนของลงจากแพ และ เก็บของขึ้นรถให้เรียบร้อย ถือเป็นการสิ้นสุดการมา “พักผ่อน นอนแพ” ในครั้งนี้ครับ  ซึ่งก็เป็นการเดินทางไปพักผ่อนที่สนุกเฮฮาดี นานๆ ทีได้มาเล่นน้ำ โดดน้ำ กันสักครั้งแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน อีกทั้งสถานที่นี้ก็อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ และเป็นที่ที่หลายคนนิยมมาเที่ยว มีโอกาสก็น่าจะลองไปสักครั้งนะครับ!

 

 

 

สรุปค่าใช้จ่าย

การเดินทาง(เดินทางด้วยรถส่วนตัว)

ค่าเข้าอุทยาน คนละ = 100 บาท

ค่าแพ 1 คืน(พักได้ 15-20 คน) = 4500 บาท

ค่าอาหารและเครื่องดื่ม คนละประมาณ = 500 บาท

 


การท่องเที่ยวเชิงไฉไล | CHAILAIBACKPACKER

Fanpage : https://www.facebook.com/chailaibackpacker
Instagram : CHAILAIBACKPACKER
Twitter : @chailaibackpack / goo.gl/VIBXC9
E-mail : chailaibackpacker@gmail.com
Website : www.chailaibackpacker.com

Comments

Share Button