เที่ยวดอยอ่างขาง นอนบ้านพักณิชารีย์

แปลงต้นบ๊วยในสถานีเกษตรดอยอ่างขางแปลงต้นบ๊วยในสถานีเกษตรดอยอ่างขาง

เที่ยวดอยอ่างขาง นอนบ้านพักณิชารีย์ | ที่พักแบบครอบครัว และ กลุ่มเพื่อน

.. ช่วงหนาวนี้ที่ผ่านมา (16-18 มกราคม 2559) ผมได้มีโอกาสไปเที่ยวดอยอ่างขาง ซึ่งถือว่าเป็นช่วงพีคของอ่างขางเลยก็ว่าได้ครับ เพราะเป็นช่วงที่ดอกซากุระญี่ปุ่น  และดอกนางพญาเสือโคร่งออกดอกบานสะพรั่ง เต็ม 100 % (และก็เริ่มร่วงโรยบ้างแล้ว)

สำหรับทริปนี้เป็นทริปครอบครัว 8-9 คน ไปเที่ยวกัน ได้ไปพักที่ “บ้านพักณิชารีย์” ที่บ้านขอบด้งครับ ซึ่งก่อนหน้านั้น ผมอยากไปพักในสถานีเกษตรฯ มากๆ เพราะไปกันหลายคน และก็ดูสะดวกสบายดี แต่ก็อย่างที่ทราบกันนะครับ ว่าบ้านพักในสถานีเกษตรฯ นั้นเต็มเร็วมากๆ และก็ต้องจองล่วงหน้านานหลายเดือนเลย ทำให้พลาดไป ก็เลยลองหาที่พัก อื่นๆ มาเรื่อยๆ ก็ดูเหมือนจะเต็มหมด และ ผมต้องการที่พักแบบบ้านเป็นหลังอยู่แล้วด้วย สุดท้ายก็เลยมาได้ที่นี่ครับ

รีวิวนี้ก็ เป็นรีวิวที่พักสั้นๆ นะครับ เผื่อเป็นตัวเลือกของเพื่อนๆ ที่จะไปเที่ยวดอยอ่างขาง แล้วกำลังหาที่พัก แบบครอบครัว หรือ กลุ่มเพื่อน ลองตามมาชมดูครับ ก่อนจะไปชมรีวิวบ้านพัก ก็ขอนำภาพบรรยากาศใน สถานีเกษตรดอยอ่างขาง มาฝากเล็กๆ น้อยๆ นะครับ ช่วงนี้คนมาเที่ยวที่นี่เยอะมากครับ รถเยอะ คนเยอะ  อากาศช่วงกลางวันนั้นแดดก็ค่อนข้างที่จะร้อนเอาเรื่องเหมือนกัน แนะนำถ้ามาช่วงเช้าๆ บรรยากาศจะดีมากๆ เลยครับ

ระหว่างทางสู่ดอยอ่างขาง สองข้างทางก็จะเป็น “เส้นทางสีชมพู” ครับ เพราะเรียงรายไปด้วยต้นนางพญาเสือโคร่งที่ชูช่อ อวดความงามสีชมพูบานสะพรั่ง แต่ดูแล้วก็คล้ายว่าจะถึงเวลาใกล้ร่วงโรยแล้ว เพราะเริ่มมีใบสีเขียว แซมออกมา แล้ว..


ก่อนเข้าสถานีเกษตร ก็ต้องเสียค่าธรรมเนียมฯ คนละ 50 บาท เข้าไปไม่นานก็จะเห็น ดอกซากุระญี่ปุ่น และ ดอกพญาเสือโคร่ง ที่ปลูกไว้ริมถนนเลยครับ ส่งสีสัน สีชมพูสดใส..

ใครมาต้องเก็บภาพเป็นที่ระลึก ละครับ.. ก็ต้องเอาซักหน่อย.. แต่เวลาถ่ายรูปตรงนี้ต้องระวังรถที่วิ่งผ่านไปผ่านมาด้วยนะครับ
สังเกตได้ว่า บางต้นเริ่มมีใบสีเขียวแซมออกมาแล้วครับ (17/01/59)

แต่.. ก็ยังมีต้นที่ยังส่งสีชมพูสดใสอยู่เหมือนกันนะ

ต้นนี้ยังคงอวดความสวยงามได้อยู่อีกสักระยะ

มาดูที่สวน 80 .. ต้นที่นี่ก็ยังมีดอกที่ยังบานสะพรั่งอยู่เหมือนกัน ตรงนี้จะดีหน่อยเพราะ มีมุมให้นั่งเก้าอี้ถ่ายรูป และก็มีดอกไม้สวยๆ มากมายให้ถ่ายรูปเล่นครับ

สุดท้าย .. พามาที่แปลงบ๊วย กันครับ ที่นี่ก็สวยดี แต่วันหยุดแบบนี้คนค่อนข้างเยอะไปหน่อย ใครมาถ่ายรูปคงต้องเดินหามุมเอานะครับ เพราะคนเยอะเต็มสวนบ๊วย เลยจริงๆ

หลังจากเที่ยวในสถานีเกษตรฯ แล้ว .. ก็จะไปเข้าที่พักกันครับ ชื่อที่พัก “ณิชารีย์” ซึ่งผมจะมารีวิวบรรยากาศให้ได้ชมกันครับ อย่างที่บอกไปในตอนแรกนะ.. ว่าอยากได้ที่พักแบบบ้านเป็นหลังๆ เพราะอยากอยู่รวมกันหลายๆ คน เพื่อความสะดวกในหลายๆ อย่าง และบ้านพักในสถานีเกษตรฯ ก็เต็มหมดแล้ว ก็เลยเสริชอินเตอร์เนต จนมาเจอที่นี่ก็ลองโทรติดต่อดู .. ก็ได้บ้านหลังใหญ่มาหลังนึง ในราคาหลังละ 3500/คืน ราคานี้ถือว่าโอเคเลยล่ะ เพราะทริปนี้มากันเยอะ และได้นอนรวมกันในบ้านหลังเดียวอย่างที่ตั้งใจไว้ด้วย
เลยจัดการจองโดนโอนมัดจำมาก่อนครึ่งนึงครับ แล้วก็ วันเข้าพักก็จ่ายที่เหลือครับ ..

สำหรับบ้านพักณิชารีย์ นี้จะอยู่ที่บ้านขอบด้งครับ เลย สถานีเกษตรฯ ขึ้นไปอีกประมาณ 3 กิโลเมตรครับ เป็นบ้านพัก ที่ได้บรรยากาศอยู่ในหมู่บ้านของชาวบ้านจริงๆ ครับ ..  บ้านหลังนี้ละครับ กับ บรรยากาศหน้าบ้าน!

ด้านหลัง.. นี่เป็นแบบหลังเล็กครับ นับๆ ดูก็มีไม่ถึงสิบหลังนะ แต่วันนี้ก็เต็มหมดเลยนะครับ

ด้านหน้าบ้านจะมีระเบียงอยู่ครับ สามารถมายืนชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่นี่ได้เลยครับ โดยไม่ต้องไปไหนไกล และ ก็มีโต๊ะไว้กินข้าว นั่งสังสรรค์กัน ตรงนี้ด้วย

บรรยากาศจากระเบียงบ้านครับ จะเห็นไร่สตรอเบอร์รี่ของชาวบ้านเป็นวิวหน้าบ้านด้วย ตอนนี้เริ่มจะเข้าบรรยากาศยามเย็นแล้ว อากาศเริ่มค่อยๆ เย็นลง ครับ

ลองเข้ามาในตัวบ้านครับ เป็นบ้าน 2 ชั้น เดินเข้ามาจะเจอห้องนั่งเล่นก่อนเลย  ซึ่งก็ได้บรรยากาศแบบอยู่บ้านครับ อยู่ง่ายๆ และ ไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวกอะไรมากนัก แต่ก็ได้อารมณ์ และ บรรยากาศการพักผ่อนไปอีกแบบ.. ครับ โดยในห้องนั่งเล่นข้างล่างนี้จะมี ทีวี กระติกน้ำร้อน แก้วน้ำ กาแฟ โอวิลติน ไว้ให้ครับ

จะมีบันได ลองขึ้นไปดูห้องนอนที่ชั้นสอง ครับ

เดินขึ้นมาบนชั้นสอง จะมีห้องนอนอยู่ 2 ห้อง กับ ห้องน้ำ 1 ห้อง  ลองเข้าไปดูห้องด้านซ้ายก่อนครับ

ห้องนี้..เป็นห้องนอนรวมที่ใหญ่สุดครับ นอนได้หลายคนเลยล่ะครับ เหมาะกับ มากันแบบครอบครัวใหญ่ หรือ กลุ่มเพื่อนหลายๆ คน ครับ สามารถเปิดหน้าต่าง ที่หัวนอน ออกไปชมวิวด้านนอกได้เลย!

มาดูห้องนอนอีกห้องนึง ห้องนี้เป็นเตียง นอนได้ อีก 4 คน

ลองเปิดหน้าต่างห้องนอนดูครับ อากาศเย็นวูบเข้ามาเลยทีเดียว บนนี้อากาศดีมากๆ เลยนะ .. เนื่องจากอยู่ที่สูง อากาศสดชื่นดี .. ครับ

มองออกไป เบื้องหน้าเป็นไร่สตรอเบอร์รี่ และทิวเขา ต้นไม้บนเขา ก็จะเห็นต้นนางพญาเสือโคร่งขึ้นแทรก แซมเป็นสีชมพู เหมือนแต้มสีไว้อยู่บนภูเขาด้วย

แต่… ห้องน้ำ มีอยู่ห้องเดียวเท่านั้น ยังดีที่มีน้ำอุ่น (ระบบใช้แก๊ส) ไว้ให้ ตอนหนาวๆ ก็อาบอุ่นสบายดี มีห้องเดียวมากันเยอะๆ คงต้องจัดคิวเข้าห้องน้ำกันดีๆ ละครับ..


ตื่นมากับ “เช้าวันใหม่” อากาศตอนกลางคืน นั้นหนาวมาก ถึงกับต้องปิดหน้าต่างนอนกันเลยทีเดียว และ ตอนเช้าแบบนี้ ก็ยังคงหนาวมากเหมือนกัน  ลองเปิดหน้าต่างห้องนอน เพื่อดูบรรยากาศด้านนอกครับ

ด้านหน้าจะเป็นทิศตะวันออกพอดีครับ ดูพระอาทิตย์ขึ้น ที่บ้านได้เลย

มานั่งเล่นรอพระอาทิตย์ขึ้นที่ระเบียงหน้าบ้านครับ

ตื่นเช้ามาเดินเล่น รอชมพระอาทิตย์ขึ้น ในสภาพอากาศที่หนาวเย็นมากๆ.. ครับ

รอไม่นานพระอาทิตย์ ก็ขึ้นมาอวดโฉมให้เห็น เป็นสัญญาณของวันใหม่

นั่งดูที่หน้าบ้านได้เลย ไม่ต้องออกไปไหนไกล เพราะเช้าๆ หนาวๆ แบบนี้ ชวนให้ขี้เกียจมากครับ^^

ออกมาเดินเล่นดูบรรยากาศรอบๆ บ้าน ยามเช้ากันบ้าง หันไปด้านหลัง จะเป็นบ้านที่อยู่หลังบ้านของเรา(ดูเหมือนเพิ่งสร้างใหม่) ข้างๆ บ้านเหมือนจะมีนางพญาเสือโคร่งบานอยู่ด้วยครับ

ด้านหน้าบ้าน อย่างที่บอกไปครับ ติดกับไร่สตรอเบอร์รี่เลย

ยามเช้า แบบนี้อากาศสดชื่นดีมากครับ

เดี๋ยวลองลงไปเดินเล่นที่ไร่สตรอเบอร์รี่ของชาวบ้านดูบ้างครับ ทั้งนี้.. อย่าลืม! ขอเจ้าของไร่ เขาเข้าไปก่อนนะครับ.. 555 ตอนเช้าๆ เขาจะเดินเก็บสตรอเบอร์รี่กัน ครับ ลองขอเขาไปถ่ายรูป เดินเล่นข้างใน ครับ (เข้าไปแล้วก็อย่าไปเก็บ หรือ เด็ด สตรอเบอร์รี่เขานะครับ .. ถ้าอยากกินเขามีแพ็ค ขายเลยครับ ^^)

ยามเช้าจะเห็นชาวบ้าน มาเก็บสตรอเบอร์รี่กัน

ขอลงไปแจมในไร่กับเขาบ้าง ได้มาชิมสตรอเบอร์รี่ แบบสดๆ กันทีเดียว

แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้า .. ทำให้ร่างกายอบอุ่นขึ้น

พร้อมกับ กาแฟร้อนๆ สักแก้ว จิบคลายหนาว ..

“จิบกาแฟ” ชมบรรยากาศยามเช้า

ได้เวลาอันพอสมควร ช่วงสายๆ ก็เช็คเอ้าท์ เดินทางกลับกันครับ ..  “บ้านพักณิชารีย์” ก็ถือว่าเป็นที่พักทางเลือกหนึ่งสำหรับครอบครัว หรือ กลุ่มเพื่อนที่มากันเยอะๆ นะครับ สุดท้าย .. นี้ หวังว่ารีวิวสั้นๆ นี้จะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่จะไปเที่ยวดอยอ่างขาง และกำลังหาที่พัก อยู่นะครับ เที่ยวให้สนุก เดินทางปลอดภัยกันนะครับ!

-ขอบคุณครับ-

Comments

Share Button