พาไปยล “ดอกบัวตอง” บานบนดอยหัวแม่คำ จ.เชียงราย

"ดอกบัวตอง" สีเหลืองอร่ามบานเต็มยอดดอย"ดอกบัวตอง" สีเหลืองอร่ามบานเต็มยอดดอย

“ดอกบัวตอง” …นั้นบานอยู่บนยอดดอย

เทศกาลชมดอกไม้บาน ..ที่น่าสนใจ จนอยากแนะนำว่าสักครั้งในชีวิตต้องได้ไปชม ก็คือ การได้ไปชม “ดอกบัวตองบาน”  โดยรีวิวนี้ ไฉไลแบ็คแพ็คเกอร์ จะพาเพื่อนๆ ไปเที่ยวที่เย็นๆ อากาศสบายๆ อย่าง “ดอยหัวแม่คำ” ซึ่งอยู่ที่ “จังหวัดเชียงราย” ครับ จะพาไปชม “ดอกบัวตอง” บานสักครั้ง  กันนะครับ!

 

โปรแกรมการเดินทางของผม วางแผนไว้ 2 วัน 1 คืน ครับ ตั้งใจนอนสักคืนนึง เสาร์-อาทิตย์ โดยมีแพลนคร่าวๆ ก็คือ ไปถึงเชียงรายแล้วก็มุ่งไปที่ ดอยหัวแม่คำเลย ครับ จะเที่ยวที่ไหนบ้าง ก็คงขึ้นอยู่สถานการณ์ ครับ โปรแกรมยืดหยุ่นได้เสมอ ขออย่างเดียว แค่ได้ไปเห็น “ดอกบัวตอง” ก็พอ 55+ และถ้ามีเวลาว่างเหลือ ก็คงเที่ยว ในเมือง เล่นๆ และ หาของอร่อยๆ กินครับ

 

ทริปนี้ผมออกเดินทางไปกับเพื่อนร่วมทริปอีกหนึ่งคน ครับ ซึ่งเราก็ทำการบ้านมาพอสมควรกับการเดินทางไปดอยหัวแม่คำ ตามข้อมูลที่ต้องนั่งรถหลายต่อ และ ค่าโดยสารที่เน้นเหมาจะแพงเกินงบไปมาก จึงตกลง กันว่า.. ถ้าออกเดินทาง.. จะมีบางช่วง ที่เราจะต้องอาศัยการ “โบกรถ” เอาครับ คิดแล้วก็ น่าสนุกดีเหมือนกัน ฮ่าๆ… แม้ว่า รีวิวนี้ อาจจะช้าเกินช่วงเวลาเทศกาลดอกบัวตองบาน (ช่วงกลางเดือน พฤศจิกายนของทุกปี ดอกบัวตองจะบานเต็มที ผมเดินทางไปช่วงปลายเดือน ซึ่งดอกบัวตองบางส่วนเริ่มโรยไปบ้างแล้วครับ) แต่ก็เผื่อเป็นข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ สำหรับ เพื่อนๆ ที่อยากไปเที่ยวดอยหัวแม่คำ ยามที่ไม่มีดอกบัวตอง ในหนาวนี้ อิอิ.. ซึ่งแม้ ไม่มีดอกบัวตอง แต่ ดอยหัวแม่คำ ก็เป็นสถานที่พักผ่อน ที่ได้สัมผัสกับความหนาว เป็นอย่างดีเลยล่ะครับ ^^ เพื่อเป็นการไม่เสียเวลา… แบกเป้ ออกเดินทาง กันเลยครับ..  !!!

(Review นี้เป็นรีวิวดองเค็มหน่อยนะครับ ช่วงเวลาที่ผมเดินทางเป็นช่วงเทศกาลดอกบัวตองบาน เมื่อเดือน พฤศจิกายน 2557 ที่ผ่านมา ถ้าข้อมูลตรงไหนตกหล่นไปบ้าง ยังไงก็ขออภัยล่วงหน้านะครับ..อิอิ ) ^^

เราออกเดินทางทริปนี้ ทริป 2 วัน 1 คืน ในช่วงวันที่ 29 – 30 พฤศจิกายน 2557 โดยเริ่มต้นออกเดินทาง ที่ “สนามบินสุวรรณภูมิ” กับ สายการบินบางกอกแอร์เวย์  เวลา 07.35 น. ซึ่งเราก็มาก่อนเวลาพอสมควร .. แน่นอน เพราะต้องการอยู่ในเล้าจน์ ให้นานที่สุด ฮ่าๆ

เที่ยวบิน : PG 231  เวลา : 07.35 น.

มาแต่เช้าตรู่.. คนยังน้อยอยู่..

 

 

 

เดินมาตามทางไป Gate ไม่ไกลนัก เราก็เลี้ยวซ้าย เดิน เข้า ไป ในเล้าจน์ กันโดยพลัน 55
เจอ “น้องหมี” ตัวใหญ่ นั่งคอยต้อนรับอยู่

 

 

มื้อเช้าของเราครับ.. ขอฝากท้องไว้ ที่นี่.. อิ่มท้องก่อนออกเดินทาง..

 

 

และ.. พลาดไม่ได้เลย.. กับ.. “ข้าวต้มมัดในตำนาน”

 

 

ช่วงเช้าๆ ในเล้าจน์ ผู้โดยสารจะน้อยครับ นั่งสบายๆ แต่พอเริ่มสายหน่อย นี่คนเข้ามาเยอะ เหมือนกันนะครับ ส่วนผม วันนี้.. ขอลองชิมทุกอย่างเลยล่ะกันนะฮ่ะ..
หลังจาก นั้นก็เข้ามานั่งรอใน Gate เตรียมออกเดินทางกันครับ

 


การเดินทาง สะดวก สบาย ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง 20 นาที เท่านั้น

 

 จากสนามบินจะเข้าเมืองกันยังไง?

“มีแท๊กซี่สนามบิน บริการส่งเข้าเมืองครับ ราคา 200 บาท ต่อเที่ยว ต่อหนึ่งคัน หรือ แนะนำให้เดินออกมาตรงบริเวณลานจอดรถ หน้าสนามบินครับ มีวินแท๊กซี่จอดอยู่ คิดราคาจากสนามบินเพิ่ม +30 บาท ที่เหลือคิดตามมิเตอร์ กิโลเมตรละ 10 บาทครับ..”

” หรือ… ถ้าโทรไปที่ศูนย์แท๊กซี่ให้มารับ จะคิดเพิ่ม +20 บาท ที่เหลือคิดตามมิเตอร์ กิโลเมตรละ 10 บาทครับ “

แน่นอนครับ… เราเลือกอย่างหลัง ประหยัดกว่า 10 บาท แต่ต้องทนรอหน่อย.. รอแท๊กซี่ มารับ ประมาณ 10 นาที  55 +

ปล. ถ้าจะไป “ดอยหัวแม่คำ” ไปทาง แม่จัน ไม่จำเป็นต้องย้อนเข้าเมือง ครับ.. จะเสียเวลา และเสียงบเกินไป เราเรียกให้แท๊กซี่ ไปส่งที่ ตลาดบ้านดู่ครับ ประมาณปากทางเลี้ยวเข้าสนามบิน ไม่ไกลมาก ประมาณ 3-4 Km เสียค่าแท๊กซี่ ไป 40 บาท + ค่าโทรเรียกจากศูนย์ 20 บาท รวม =  60 บาท ตกคนละ 30 บาท ประหยัดดีครับ.. ^^

มาลงที่ “ตลาดบ้านดู่”

 

แผนที่สู่ดอยหัวแม่คำจากแผนที่ เราต้อง เดินทางทั้งหมดกัน 3 Step ด้วยกัน
Step1 > ตัวเมือง(ตลาดบ้านดู่) ไป อ.แม่จัน(แยกป่าซาง)
Step2 > อ.แม่จัน(แยกป่าซาง) ไป บ้านเทอดไทย
Step3 > บ้านเทอดไทย ไป ดอยหัวแม่คำแต่ละ Step ห่างกัน 30 Km (โดยประมาณ) ต้องหารถโดยสารเดินทางไปในแต่ละช่วงที่ว่ามา.. ซึ่งถ้าไม่มีรถ หรือว่า คชจ.ในการเหมารถที่แพงเกินงบ เราก็จะใช้วิธีลอง “โบกรถ” ดูครับ.. ^^

ปล.ขอยืมรูปแผนที่จาก www.chiangraifocus.com มานะครับ.. ^^

Step1 > ตัวเมือง(ตลาดบ้านดู่) ไป อ.แม่จัน(แยกป่าซาง)เรามายืนรอรถ ที่จะผ่านไป อ.แม่จัน ครับ มีรถโดยสารประจำทางอยู่ ซึ่งสามารถนั่งที่จะไปลง อ.แม่สาย ได้ เพราะจะต้องผ่าน อ.แม่จันอยู่แล้วครับ เรารอรถฝั่งหน้าตลาดบ้านดู่ ใช้เวลารอรถกันประมาณ 15-20 นาที … รถหวานเย็น สาย เชียงราย-แม่สาย ก็ผ่านมาครับ
บรรยากาศภายในรถ คึกคัก อบอุ่น ดีครับ.. ผู้โดยสารส่วนใหญ่ จะมุ่งหน้าไปลงที่ อ.แม่สาย เลย.. จะมีขึ้น-ลง รายทางบ้าง ประปราย .. ค่าโดยสาร คนละ 20 บาทครับ เราจะไปลงกันที่ “แยกป่าซาง” เลย ตัวอำเภอแม่จัน มานิดหน่อยครับ..

 

 

นั่งเรื่อยๆ มาประมาณ 45 นาที ก็เดินทางมาถึง บริเวณแยกป่าซาง ครับ

 

 

 

มาถึงตรงจุดนี้.. ก็ เป็นเวลา เกือบเที่ยงวัน..เราก็เลยจัดการอาหารเที่ยง กันที่ตรงนี้เลย..บริเวณแยกป่าซาง จะมีร้านอาหาร ตั้งอยู่ เห็น “ข้าวซอย” น่ากินมาก.. เลยจัดมาสักชาม..

 

 

Step2 > อ.แม่จัน(แยกป่าซาง) ไป บ้านเทอดไทยรถโดยสารจากแยกป่าซาง จะมีทั้งสายไป บ้านเทอดไทย และ สายไปดอยแม่สลอง ซึ่งก็ออกไม่ตรงเวลา ไม่มีเวลาแน่นอนตายตัว จะออกก็ต่อเมื่อ ผู้โดยสารครบ 8 คนขึ้นไป..ค่าโดยสารไปบ้านเทอดไทย คนละ 60 บาท.. หรือ ถ้าจะคิดเหมาไป ถึงบ้านเทอดไทยก็ 500 บาท หรือ.. ถ้าจะไปส่งให้ถึงดอยหัวแม่คำเลย คิด 1500 บาท สำหรับเรา มากัน 2 คน เราเลือก ที่จะ…. “รอ” ครับ ลองนั่งรอให้ครบ 8 คนดู ฮ่าๆ นั่งรอไป นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ มักจะไปลงที่ “ดอยแม่สลอง” กัน ครับ คนเต็มจำนวนออก โดยใช้เวลาไม่นาน แต่..บ้านเทอดไทย จุดหมายที่เราจะไปกันไม่มีใครร่วมทางไปด้วยเลยครับ ฮ่าๆ นั่งรอ…จนแบบขี้เกียจรอ เลยขอไปกับรถที่จะไปลงดอยแม่สลองครับ แต่ขอลงก่อน ตรง แยกอีก้อ ตรงที่จะเลี้ยวไปดอยแม่สลอง ครับ รอไม่ไหวแล้ว ไปก่อนละกันเด้อ.. เดี๋ยวค่อยว่ากัน 55
เราเสียค่ารถ 40 บาท เพื่อมาลงกลางทางตรง แยกไป ดอยแม่สลอง ครับ เราไป บ้านเทอดไทย จะต้องตรงไปครับ แต่รถโดยสารไป ดอยแม่สลอง ต้องเลี้ยวซ้าย.. เราจึงจำเป็นต้องลงแค่ตรงนี้ครับ.. ระหว่างทางจะมีจุดตรวจตลอดเส้นทางเลยครับ..

 

จาก แยกตรงนี้ อีกประมาณ 10 Km จะถึง บ้านเทอดไทย ครับเราลองนั่งดูท่าที ว่าจะมีรถโดยสาร ผ่านมาบ้างมั้ย..?? แต่ก็ดูเหมือนจะไร้วี่แวว ใดๆ ทั้งสั้น..จึงเปลี่ยนมาใช้วิธี ลอง “โบกรถ” ขอติดรถไปลงที่ บ้านเทอดไทย ครับ..

 

ลอง “โบกรถ” กันอยู่สักพัก ก็มีรถกระบะ ใจดี.. รับเรา ไปด้วยครับ..
รถกระบะ คันนี้ ทั้งคน ทั้งของ เต็มรถเลยครับ รู้สึกว่าจะเข้าไปซื้อของในเมืองกลับมากัน เลยนั่งเบียดกับน้องๆ ที่นั่งกันมาเต็มรถ ครับ ได้พูดคุย ถามไถ่ ถึงวิถีชีวิต คนแถวนี้..ก็เป็นมิตรภาพที่ดี และ ต้องขอบคุณในน้ำใจที่ให้ติดรถ ไปลงที่บ้านเทอดไทย ด้วยนะครับ ^^

 

ไม่นานนัก… รถกระบะก็มาจอด ให้เราลง ตรงหน้า 7-11 ครับ 7-11 ที่บ้านเทอดไทย ตอนแรก เราคิดว่า ไม่น่าจะมีร้านสะดวกซื้อแล้วนะ 55 น่าจะเป็น ที่ตุนเสบียง ที่สุดท้ายของเรา สำหรับไว้กิน บน ดอยหัวแม่คำ ก็ต้องจัด ต้องตุนใส่เป้กันหน่อย.. เพราะ บน “ดอยหัวแม่คำ” นั้นค่อนข้างจะหาร้านอาหารยาก และตั้งใจจะไปกางเต๊นท์กันอยู่แล้ว เสบียงจึงสำคัญ เลยครับ

 

 

Step3 > บ้านเทอดไทย ไป ดอยหัวแม่คำ
เรานั่งพักเหนื่อย ดื่มน้ำเย็นๆ ตากแอร์ ใน 7-11 กันสักพัก.. ก็หารถ ไป “ดอยหัวแม่คำ” ต่อ.. ลองสอบถามคนแถวๆ นั้น ได้คำตอบว่าให้เหมาสองแถว กันอย่างเดียวเลย.. คนแถวนั้นบอกว่า มีวิน อยู่ตรงเยื้องๆ 7-11 แต่เราก็ลองนั่งรอดู ก็ ไม่มีรถสองแถว อาจจะเป็นเวลาบ่าย 3 ซึ่งถือว่า ก็ เกือบจะเย็นแล้ว.. พอดีร้านขายของชำแถวนั้น มาเสนอว่า มีวินมอเตอร์ไซค์ไปส่ง ได้ แต่คิดราคา คนละ 500 บาท ซึ่งถือว่า แพง.. มาก สำหรับเรา 55 ก็เลย ตัดสินใจ ลองเดิน ไป พลาง “โบกรถ” ไป ..เหมือนเดิม จนมีรถ ขนวัสดุก่อสร้าง จะไปส่ง ที่ “บ้านนาโต่” เป็นเส้นทางที่เราจะไปพอดี..ก็ขอโดด ขึ้นหลังรถ … ลุยกันต่อเลย…ระยะทางเต็มไปด้วยฝุ่น และ อากาศที่เริ่มจะเย็นลง .. ไม่นานก็มาถึง “บ้านนาโต่” เราลง แค่แยกทางเข้าหมู่บ้าน..เท่านั้น เพราะเรายังต้อง รอโบกรถ กันไปต่ออีก 55+

 

 

และ…แล้ว ก็มีพี่ใจดี ให้เราติดรถ ไป ครับ.. พร้อม อาสาจะไปส่งเราให้ถึงหมู่บ้าน ดอยหัวแม่คำ อีก ..ระยะทางอันคดเคี้ยว จน ถึงดอยหัวแม่คำ เป็นระยะทางที่ทรหดอยู่เหมือนกันสำหรับผู้ไม่ชำนาญทาง โดยเฉพาะช่วงใกล้จะถึงหมู่บ้าน ด้วยความตั้งใจที่จะไปกางเต๊นท์บน “วนอุทยานดอยหัวแม่คำ”  ซึ่งต้องเลยจากหมู่บ้านขึ้นไปอีก ราวกิโลเมตรกว่าๆ เป็นระยะทางสั้นๆ แต่ค่อนข้างที่จะเดินทางเข้าไปอย่างยากลำบากมาก ทางที่ร่วน เป็นทราย ทำให้รถที่เรามากันไถลตกขอบทาง จนต้องติดต่อให้เจ้าหน้าที่วนอุทยานนำรถมาลากให้เข้าที่เข้าทาง จนมาส่งเราจนถึง “วนอุทยานดอยหัวแม่คำ” ได้อย่างปลอดภัย.. ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณ คุณ ” กำจร ฤกษ์ทวีทรัพย์ “ ซึ่งทราบภายหลังว่าเป็น เจ้าหน้าที่ของ อบต.แม่สลองใน ที่ให้เราติดรถ และ อาสาขับรถไปส่งเรา จนถึงจุดหมายปลายทาง อย่างปลอดภัย ตลอดจนขอขอบคุณ เจ้าหน้าที่ วนอุทยานดอยหัวแม่คำ ที่คอยมาอำนวยความสะดวก มา ณ ที่นี้ ด้วยนะครับ กว่าจะมาถึง … ก็เป็นเวลา เกือบหนึ่งทุ่ม.. เรารีบจัดแจง กางเต๊นท์.. โดยทันที อากาศเริ่มหนาวเย็น และความมืดมิดที่ปกคลุม นอนเล่นดูดาว..บนท้องฟ้า สักพัก ก็เข้านอน .. ครับ เดินทางกันมาทั้งวัน..

เช้าวันใหม่ 05.30 น. เราก็ตื่นมาชมพระอาทิตย์ขึ้น พร้อมกับ สูดอากาศ สดชื่น เย็นสบายครับ ช่วงเช้าตรู่..อากาศ ค่อนข้างที่จะ หนาว เลยครับ.. บนยอดดอยแห่งนี้..
เมื่อคืน… ตอนขึ้นมามองไม่เห็นอะไรเลย..ครับ เริ่มมีแสง เริ่มมองเห็นบรรยากาศ บน วนอุทยานดอยหัวแม่คำ แห่งนี้..เต๊นท์ของนักท่องเที่ยว..ที่มาเยือน

 

ช่วงเวลารอพระอาทิตย์ขึ้น.. บรรยากาศดีมากๆ อากาศสดชื่น เย็นสบาย.. คุ้มค่าการเดินทาง (อันแสนยาวนาน 55)

แสงเริ่มมา.. เริ่มเห็น.. “ดอกบัวตอง”
ตรงนี้..ต่อเป็นลานไม้ไผ่ ยื่นออกไปอย่างดีเลยครับ ได้ใกล้ชิดกับ ดอกบัวตอง ถ่ายรูปได้สะดวก.. เห็นวิวทิวเขา ไกลๆ เป็น พื้นหลัง อย่างดีเลย

เราเดินทางกันมาช่วงที่ “ดอกบัวตอง” เริ่มจะโรยแล้วครับ.. ซึ่งถ้าอยากมาเห็น “ดอกบัวตอง” แบบสะพรั่งบานเต็มที่จริงๆ ก็ต้องเป็นช่วงกลางเดือน พฤศิกายน ของทุกปีครับซึ่งช่วงนั้นก็จะมีเทศกาล ดอกบัวตองบาน มีการแสดงของชาวเขา ให้ชมพร้อมกิจกรรมมากมายครับ ในปี 2557 ที่ผ่านมาเพิ่งจบไป เมื่อวันที่ 15-16 พ.ย. ครับ เราไปหลังจากที่งานจัดไปแล้วถึง สองอาทิตย์.. แต่ก็ยังมีดอกบัวตองให้ชม อยู่เยอะครับ .. แต่ถ้าหลังจากนี้ไปแล้ว คงโรยราไปตามกาลเวลา..

 

เก็บภาพบรรยากาศ.. แสงแรกของวัน..

ดอกบัวตอง.. นั้นบานอยู่บน..ยอดดอย…
บรรยากาศชิลล์ๆ ครับ… สบายๆ ฮิฮิ!!
พระอาทิตย์ขึ้นจากขอบฟ้า..ดอกบัวตองชูดอกท้า..ต้องแสง..
ดอกบัวตอง กับ แดดอ่อนๆ ยามเช้า
บรรยากาศดี ตื่นเช้ามา จ๊ะเอ๋..!! กับดอกบัวตอง หน้าเต๊นท์เลย..มี ทะเลหมอก ย่อมๆ ให้ดูไกลๆ..

บ้านพัก..บนยอดดอย.. วิวดี..มองเห็นทิวทัศน์ ไกลลูกหูลูกตาเชียว.. เหมาะกับการมานอนพักผ่อน จริงๆ.. ครับ..
บรรยากาศรอบบ้านพัก..ที่เต็มไปด้วย “ดอกบัวตอง”

สีเหลืองสดใส..น่าชม..
แม้จะเริ่มสายแล้ว.. แต่หมอกก็ยังไม่จางหายไปไหน..
นั่งตากแดดอุ่นๆ กับ มาม่าคัพ สักถ้วย..

หลังจาก ดูพระอาทิตย์ขึ้น และ ชมความงาม ของ “ดอกบัวตอง” เต็มอิ่มแล้ว เราก็เตรียมเก็บของลงจาก ดอยครับ.. ก็เป็นเวลาเกือบเที่ยง เข้าไปแล้ว..
บริเวณ “วนอุทยานดอยหัวแม่คำ” 
เมื่อคืน..ตอนเข้ามา มืดมาก มองไม่เห็นป้ายเลย.. ขากลับ เลยต้องถ่ายรูป ไว้เป็นที่ระลึกกันหน่อย..ครับ


เราตั้งใจ..จะเดินจาก “วนอุทยานดอยหัวแม่คำ” ลงไปที่หมู่บ้านครับ ระยะทาง กิโลเมตรกว่าๆ กะว่าจะเดินเล่นๆ ไปเรื่อยๆ ครับเผอิญ ได้เจอกับกลุ่มนักท่องเที่ยว กำลังจะลงไปพอดี ก็เลยขอติดรถ(อีกแล้ว ฮ่าๆ) ไปลงที่หมู่บ้านหัวแม่คำ ครับ..

 

 

แวะลงถ่ายรูปเล่น..ที่ลานกิจกรรม ในหมู่บ้านครับ ซึ่ง สองอาทิตย์ ก่อนได้จัดกิจกรรม “ดอกบัวตองบาน” ไปครับ..
ต้องมาถ่ายกับป้ายนี้หน่อย..เดี๋ยวจะหาว่ามาไม่ถึง… ฮิฮิ!!
ในช่วงเช้า จากหมู่บ้านหัวแม่คำ จะมีรถกลับลงไปที่บ้านเทอดไทยครับ เป็นรถของเช้าบ้านที่จะลงไปซื้อของ ตอนเช้า .. โดยสามารถติดรถ ไปกับชาวบ้านได้ ค่ารถ ก็ ประมาณ 60 บาท ไปลงที่บ้านเทอดไทยครับแต่ตอนนี้ก็เป็นเวลาเที่ยง แล้ว ตอนแรก เรากะว่าจะลง แค่ในหมู่บ้านหัวแม่คำครับ.. แล้วจะหารถกลับเอง .. แต่พี่ คนขับรถ ที่เราขอติดลงมาด้วยนั้น ชวนให้เรา ไปเที่ยวด้วยกันต่อ.. โดยกลุ่มของเขา จะไปแวะเที่ยวดอยแม่สลองก่อน แล้วจะวกกลับตัวเมืองเลย ..ก็ชวนให้เรา ไปด้วยกัน .. เราก็ตอบตกลง ครับ .. ขอบคุณสำหรับน้ำใจ ครั้งนี้ครับ ^^ นั่งท้ายกระบะ..ขอติดตามไปเที่ยวด้วยต่อ ครับ

 

 

มา “ดอยแม่สลอง” ก็ต้องแวะไร่ชา ครับ.. ชาจากดอยแม่สลอง เป็นของขึ้นชื่อ เลย..
ที่ “ดอยแม่สลอง” มีไร่ชา..ให้ชมมากมายหลายไร่ ครับ ตลอด สองข้างทาง วิวทิวทัศน์ เต็มไปด้วยไร่ชา..ตามเชิงเขา


ไร่ชาส่วนใหญ่จะเปิดให้ชมฟรี..และ บริการชิมชาฟรี.. นอกจากนี้ ยังสามารถ ซื้อชาอบแห้ง .. เป็นของฝาก จาก ดอยแม่สลอง ได้ด้วยครับ..

จากนั้น..เราก็ กลับ มาถึง ตัวเมืองเชียงราย.. ต้องขอขอบคุณ กลุ่มพี่ๆ นักท่องเที่ยว ที่ให้ติดรถ ติดตาม ไปแวะเที่ยวดอยแม่สลองด้วย..และ มาส่งเราลงที่ เมืองเชียงราย .. ต้องขอบคุณ จริงๆ ครับ.. ^^ เรามาถึงเชียงราย และ พอมีเวลาพอสมควร กว่าจะถึง ไฟล์ทเย็น ขากลับของเรา.. ก็เลยคิดว่าจะไปเที่ยว “วัดร่องขุ่น” กันต่อ สักหน่อย ครับ.. 
“วัดร่องขุ่น” อีกหนึ่งสถานที่ที่มาเที่ยวเชียงรายแล้ว ต้องแวะเวียนเข้ามาชมความสวยงามของวัดนี้ ครับ ออกแบบ และ ก่อสร้าง โดย อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์

การเดินทางไปวัดแบบประหยัด : จากในตัวเมืองคงไม่พ้นรถโดยสารประจำทางที่วิ่งจากในเมือง (บขส) ไปตามเส้นทางพหลโยธิน ในระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตร ก็ถึงวัดแล้วครับ กับค่าโดยสาร 20 บาท หรือ แบบลุยๆ หน่อย ก็อาจจะเช่ามอเตอร์ไซค์เที่ยววันละ 200-250 บาท ก็จะได้เที่ยวอิสระหน่อย และอาจจะแว๊นซ์เลยไปไม่ไกล เพื่อชมดอกไม้ และไร่สวยๆ ยามเย็นที่ “ไร่บุญรอด” (สิงห์ปาร์ค) ได้อีกด้วยนะ..!! แต่เราคงไม่เวลาพอ คงไปได้แต่ “วัดร่องขุ่น” เท่านั้น.. ใช้เวลาไม่นานก็มาถึง ครับ..

 

 

ภายในวัด ยังมี หอศิลป์ ของ อ.เฉลิมชัย ที่เปิดเป็นแกลอรี่จัดแสดงผลงานภาพเขียนต้นฉบับของ อ. เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ที่หาชมได้ยาก ด้วยครับเข้าชมได้ฟรี…แต่ “ห้ามถ่ายภาพ” ครับ..!
การรังสรรค์ผลงานอันวิจิตร และ ยิ่งใหญ่
“ร่องรอย”… จากแผ่นดินไหว ครานั้นยังมี..ให้เห็น..
ได้เวลาอันพอสมควร..เราก็กลับ ไปที่ “สนามบินแม่ฟ้าหลวง” เพื่อเตรียมตัว เดินทางกลับกันครับ..ที่นี่.. มีมุมอาหาร และ เครื่องดื่ม ของบางกอกแอร์เวย์ ไว้บริการเช่นกันครับ
ยื่น ..บอร์ดดิ้ง พาส ให้เจ้าหน้าที่ แล้วหยิบของว่างตามใจชอบเลยครับ.. ^^
ได้เวลาเดินทาง กลับ กทม. กันแล้ว.. ครับ ทริปนี้ เป็นทริปสั้นๆ เสาร์-อาทิตย์ ไปดู “ดอกบัวตอง” บาน..ที่ถือว่าคุ้มค่ามากๆ เลยครับ..ได้เห็น “ดอกบัวตอง” บาน สวยๆ สมตามความตั้งใจ.. ได้นอนสบายๆ ในบรรยากาศหนาวๆ อากาศบริสุทธิ์..และ.. ที่สำคัญเลยครับ ได้เห็นน้ำใจตามรายทาง ที่คอยหยิบยื่นให้ตลอดการเดินทาง ซึ่งเราก็ต้อง “ขอขอบคุณ” อีกครั้ง.. กับทุกๆ น้ำใจ ที่ได้รับครับ.. เป็นทริป ที่สนุกสนาน ลุยๆ ดีครับ.. ก็หวังว่า จะเป็นข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ สำหรับเพื่อนๆ ที่หาที่เที่ยวในหน้าหนาวนี้อยู่นะครับ..!!

Comments

Share Button