EP2/11 : Higashiyama Onsen เมืองออนเซ็นกลางหุบเขา พัก Motoyu Ariyama Ryokan!

Higashiyama Onsen เมืองออนเซ็นกลางหุบเขา พัก Motoyu Ariyama Ryokan!

แช่ออนเซ็น.. นอนเรียวกัง..
ณ เมืองออนเซ็นกลางหุบเขา..

ผมเดินทางมาถึง สถานีรถไฟ Aizu Wakamatsu และ มีจุดหมายต่อไป ก็คือ Higashiyama Onsen ซึ่งเป็นแหล่งออนเซ็นขึ้นชื่อของเมือง Aizu Wakamatsu แห่งนี้เลยครับ โดยจะมีที่พักที่ให้บริการแช่ออนเซ็นอยู่มากมาย และในหลายระดับราคา ถ้าใครชอบแช่ออนเซ็นไม่ควรพลาดมาที่นี่ครับ ซึ่งที่ตั้งของ Higashiyama Onsen จะอยู่ไกลออกมาจากแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ของเมือง Aizu Wakamatsu ออกมาหน่อย แต่ได้ความเป็นธรรมชาติ เหมาะแก่การพักผ่อนอย่างแน่นอน!

บริเวณหน้า สถานีรถไฟ Aizu Wakamatsu

วัว Akabeko ตัวสีแดง ที่อยู่หน้าสถานีรถไฟ สัญลักษณ์ของเมือง Aizu Wakamatsu สามารถกดปุ่มเพื่อให้หัววัวขยับ และส่งเสียงต้อนรับได้ครับ

ภายใน สถานีรถไฟ Aizu Wakamatsu มี ตู้ฝากสัมภาระแบบหยอดเหรียญ ไว้ให้บริการ ถ้าเดินออกมาจากตัวสถานีรถไฟ ให้เดินเลี้ยวซ้ายไปทางห้องน้ำนะครับ แถวนั้นค่าฝากจะราคาถูกกว่า

ผมจะเดินทางจาก สถานีรถไฟ Aizu Wakamatsu ไปยัง Higashiyama Onsen ที่อยู่มุมขวาล่างของแผนที่ โดยขึ้นรถบัสไปครับ โดย รถบัส(Loop Bus) ที่ให้บริการ จะเป็นรถบัสแนว Retro แบ่งออกเป็น 2 สาย คือ สายสีเขียว (H = Haikara-san) และ สายสีแดง (A = Akabe) ซึ่งทั้ง 2 สาย จะวิ่งวนเป็นวงกลมในทิศทางที่สวนกัน โดยสายสีเขียวจะวิ่งวนทวนเข็มนาฬิกา ส่วนสายสีแดงวิ่งตามเข็มนาฬิกา จะมีระยะห่างแต่ละเที่ยว 30 นาที

สามารถไปซื้อตั๋วโดยสารที่  จุดจำหน่ายตั๋ว หน้าสถานีรถไฟ ราคาค่าโดยสาร รายเที่ยว จะอยู่ที่ 210 เยน/คน/เที่ยว (ผู้ใหญ่) และ 110 เยน/คน/เที่ยว (เด็ก) ถ้าคิดว่าต้องนั่งหลายเที่ยวซื้อแบบ 1 Day Pass ก็คุ้มดีครับ ราคา 600 เยน(ผู้ใหญ่) และ 300 เยน(เด็ก) นั่งวนเที่ยวได้ทั้งวัน แต่วันนี้ผมจะใช้บริการเที่ยวเดียว เลยซื้อแบบรายเที่ยวก่อนครับ สามารถไปจ่ายค่าโดยสารบนรถก็ได้

ที่จุดจำหน่ายตั๋ว สามารถขอแผนที่การเดินรถโดยสารได้นะครับ มีตารางเวลาการเดินรถให้ด้วย

 

สถานีรถไฟ Aizu Wakamatsu Station (H1, A1)

ผมเริ่มต้นขึ้นที่ต้นสาย ที่หน้า สถานีรถไฟ โดยขึ้น สายสีเขียว Haikara-san

หน้าตาของรถ Retro Bus ก็จะดูคลาสสิคดีครับ รถออกตรงเวลาเป๊ะเหมือนเดิม!

ที่นั่งบนรถจะค่อนข้างแคบนิดนึง ใครขนกระเป๋าใบใหญ่ๆ มาก็คงจะลำบากนิดหน่อยนะ นั่งรถชมเมืองไปเรื่อยๆ ครับ บรรยากาศของเมืองนี้ก็ดูน่าสนใจดี

 

เมืองออนเซ็นกลางหุบเขา Higashiyama Onsen (H27, A14)

 

ไม่นานก็เดินทางมาถึง.. ป้าย Higashiyama Onsen บรรยากาศท่ามกลางหุบเขาแบบนี้ อากาศก็จะหนาวๆ หน่อยครับ

บริเวณป้ายรถเมล์ จะเป็น ศูนย์บริการข้อมูลนักท่องเที่ยว ด้วย สามารถแวะสอบถามข้อมูลท่องเที่ยว และ สถานที่ให้บริการแช่ออนเซ็นกันก่อนได้ครับ

เดินขึ้นเนินมาประมาณ 100 เมตร ก็จะเจอลำธารเล็กๆ ที่ไหลมาจากบนเขา และสองฝั่งของลำธารก็จะเป็นบรรดาที่พักต่างๆ หลายระดับราคา

บรรยากาศโดยรอบ ล้อมรอบด้วยภูเขา มีความเป็นธรรมชาติและสงบเงียบ เหมาะที่จะมาพักผ่อนมากครับ

บริเวณริมน้ำจะมีที่ แช่ออนเซ็นเท้าสาธารณะ ที่ให้บริการฟรีด้วยนะครับ แวะมาแช่เท้าฟินๆ นั่งชมวิวกันได้ แต่ตอนที่ผมไปรู้สึกกำลังจะปิดปรับปรุงพอดี

 

นอนเรียวกัง แช่ออนเซ็น ณ Motoyu Ariyama Ryokan

ก่อนหน้านี้ ผมเคยมานอนเรียวกังที่ Higashiyama Onsen แล้วครั้งนึง ก็รู้สึกติดใจในบรรยากาศเงียบสงบของที่นี่ ซึ่งในครั้งแรกนั้นผมมาในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี บริเวณ รอบ Higashiyama Onsen ก็จะเป็นวิวทิวทัศน์ ของใบไม้เปลี่ยนสีหลากสีสัน พอได้กลับมาเยือนอีกครั้งใน ช่วงหน้าหนาว แบบนี้ มีหิมะปกคลุม มันก็ได้ความสวยงามไปอีกแบบ และไม่พลาดที่จะมาพักที่นี่สักคืน โดยผมจะเข้าพักที่ เรียวกัง ชื่อ Motoyu Ariyama Ryokan เดินไม่ไกลจากป้าย Higashiyama Onsen (H27, A14)

ผมได้ทำการจองเรียวกังมาก่อนล่วงหน้า ในราคา 8,000 เยน(รวมอาหารเช้า) ซึ่งเรียวกังมีบริการทั้งอาหารเย็นและเช้า แต่ผมเลือกเฉพาะอาหารเช้าอย่างเดียวครับ ตอนเดินเข้ามาในเรียวกัง บรรยากาศแบบว่าเงียบมาก นึกว่าไม่มีคนอยู่ แต่ยืนรอสักพัก ผู้ดูแลเรียวกัง ก็ออกมาต้อนรับครับ

บริเวณชั้นล่างของเรียวกัง ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ได้บรรยากาศย้อนยุคมาก

มีมุมจำหน่ายของที่ระลึกของเมือง Aizu Wakamatsu

ห้องพัก ของผมจะต้องเดินขึ้นไปที่ชั้นสองครับ ผู้ดูแลก็จะพาเดินชมเรียวกัง และให้คำแนะนำ ข้อควรปฎิบัติต่างๆ รู้สึกว่า.. วันนี้ จะมีผมเพียงแค่คนเดียวที่เข้ามาพัก เหมือนยึดทั้งเรียวกังเป็นของตัวเองเลย 55+

เข้ามาชม ห้องพัก ก็จะเหมือนกับเรียวกังทั่วๆ ไป ที่เป็น ห้องสไตล์ญี่ปุ่น ปูด้วย เสื่อตาตามิ(Tatami) มีโต๊ะญี่ปุ่นขนาดเล็กตั้งอยู่กลางห้อง บนโต๊ะมีชุดชงชาไว้ให้ มีฟูกที่นอนแบบญี่ปุ่น มีทีวี และฮีทเตอร์ สำหรับให้ความอบอุ่นภายในห้อง

หลบความหนาวจากข้างนอก เข้ามาในห้อง อากาศอบอุ่น น่าล้มตัวลงนอนอย่างมาก..

ชุดยูกาตะ ไว้สำหรับเปลี่ยน สวมใส่สบายๆ เมื่ออยู่ที่เรียวกัง

ชุดชงชา นั่งพักเหนื่อย จิบชาร้อนๆ กันก่อนครับ

ด้านหลังของห้องพัก ก็จะเป็นส่วนของระเบียงที่มี อ่างล้างหน้า และ ตู้เย็น

เปิดตู้เย็นมาถึงกับตาโต… มี เบียร์ กับ สาเก แช่เย็นๆ ไว้ให้ด้วย.. (มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม) สุดยอดดดด อิอิ!

ตรงระเบียงนี้วิวดีมาก มองเห็นลำธารด้านล่างด้วย… และเพราะมีกระจกกั้นอยู่ จึงไม่ได้รับความหนาวจากข้างนอก ซึ่ง ณ ขณะนี้ เริ่มมีหิมะโปรยปรายลงมา บรรยากาศมันได้! ผมก็ขอจิบเบียร์ชิลๆ ชมวิวสักหน่อยครับ ช่วงหน้าหนาวแบบนี้ดูมืดค่ำเร็วมากเลย..

ในส่วนของ ห้องน้ำ ต้องเดินออกไปนอกห้องครับ เป็นห้องน้ำรวมที่สะอาดมาก

มี อ่างล้างหน้า ไดร์เป่าผม และอุปกรณ์จำเป็นต่างๆ

สำหรับ บ่อออนเซ็น จะอยู่ชั้นล่างสุด(หรือ จะเรียกว่าชั้นใต้ดินดี 55+) ต้องเดินลงไป ก็จะเจอห้องไว้สำหรับแช่ออนเซ็น

ตอนแรกผมกะว่าจะไปหา ออนเซ็น ที่บริการแบบกลางแจ้งที่อยู่แถวๆ นี้ แต่.. คิดไปคิดมา ขี้เกียจเดินออกไปข้างนอกมาก และเรียวกังที่พักอยู่ก็มีออนเซ็นให้แช่อยู่แล้ว ก็จัดที่นี่เลยดีกว่าครับ

การแช่ออนเซ็น เป็นอะไรที่ฟินมาก! เดินมาเหนื่อยๆ ใช้กำลังขามาทั้งวัน พอได้แช่ออนเซ็นมันก็รู้สึกผ่อนคลายดีนะ

 

รายละเอียดที่พัก

 

มื้อเย็นแบบสบายๆ ที่.. Yoshinoya!

แช่ออนเซ็น เปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อย ก็มานั่งเล่นพักผ่อน เปิดทีวีดูไปเรื่อย กะว่าตอนเย็นคงไม่ได้กินอะไร เพราะรู้สึกไม่ค่อยหิว แต่ก็ลองนั่งเปิดดูข้อมูลร้านอาหารแถวนี้ดู แม้ว่า..จะไม่ค่อยมีร้านอาหารสักเท่าไร แต่เห็นมีอยู่ร้านนึงน่าสนใจดี เดินไม่ไกลจากเรียวกังด้วย ชื่อร้านใน Google Map คือ Yoshinoya อยู่ห่างจากเรียวกังแค่ 100 เมตรเท่านั้นเอง

บรรยากาศภายในร้านดูเป็นกันเองดีครับ และคนน้อยมากๆ ตอนแรกเห็นเงียบๆ ก็นึกว่าร้านจะปิดแล้วซะอีก

 

ร้านนี้ มีเมนูแนะนำ คือ ข้าวหมูทอดทงคัตสึ ครับ ผมก็เลยจัดมาลอง 1 ชุด มีเครื่องเคียงมาให้ครบ

หมูทอดทงคัตสึ ชิ้นใหญ่มากๆ คือ ใหญ่เต็มจานจริงๆ ทอดมาร้อนๆ แบบนี้ โคตรสุดดดด..

เหมือนจะไม่ค่อยหิว แต่ก็เอาซะเกลี้ยงทุกอย่างเลยครับ 55+ อิ่มแล้วก็นั่งเล่นให้อาหารย่อยสักพัก ก็กลับเรียวกังไปนอน หลับสบาย..

รายละเอียดร้านอาหาร

  • ร้านอาหาร : Yoshinoya
  • เวลาเปิดบริการ : 11.00 น. – 14.30 น. และ 17.30 น. – 20.30 น.
  • พิกัด : https://goo.gl/maps/3793v9RFeo82

 

DAY #2 : 08.02.19
เช้าวันใหม่ ใน Aizu Watkamatsu!!

นอนหลับสบายทั้งคืน..

ตอนเช้า ผมนัดเวลาอาหารเช้ากับผู้ดูแล ใน เวลา 07.30 น. ซึ่งผู้ดูแลก็ได้เตรียมอาหารเช้าไว้ให้ผมที่ห้องทานอาหาร และ ก็ตามคาดว่า.. เมื่อคืนผมเป็นผู้เข้าพักคนเดียวของเรียวกังจริงๆ ด้วย 55+

บรรยากาศภายในห้องทานอาหาร ที่ตกแต่งด้วยข้าวของเครื่องใช้เก่าๆ ให้บรรยากาศของญี่ปุ่นในสมัยโบราณ

หน้าตาของ อาหารเช้า เป็นเมนูอย่างง่ายๆ สามารถที่จะเติมข้าวกับน้ำซุปได้

รีบตื่นเช้า ลงมากินข้าว มันก็จะรู้สึก เบลอๆ หน่อย อ่ะนะ.. 55+

จัดการ มื้อเช้าเสร็จ ผมก็ออกมาเดินเล่นชมบรรยากาศยามเช้ารอบๆ เรียวกัง ให้อาหารมันย่อยสักหน่อย เช้านี้.. ดูสงบเงียบดีมากๆ

หลังจากนั้น ก็กลับไปอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า เช็คเอาท์ออกจากเรียวกัง เพื่อออกไปเที่ยวต่อครับ โดย โปรแกรมวันนี้ ผมจะนั่งรถ Retro Bus หรือ Loop Bus วนเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ภายในเมือง Aizu Watkamatsu ทั้งวันเลยครับ

ติดตามชมได้ในตอนหน้านะครับ!

 

>> EP3/11 : เที่ยววนไปใน.. Aizu Wakamatsu ด้วย Loop Bus 1 วัน สุดคุ้ม!

 

7 Days in Fukushima! | บันทึกการเดินทางเที่ยวฟุคุชิมะ 7 วัน

 


การท่องเที่ยวเชิงไฉไล | CHAILAIBACKPACKER

Fanpage : https://www.facebook.com/chailaibackpacker
Instagram : CHAILAIBACKPACKER
Twitter : @chailaibackpack / goo.gl/VIBXC9
E-mail : chailaibackpacker@gmail.com
Website : www.chailaibackpacker.com

Comments

Share Button

RELATED POSTS

EP11/11 : ตกปลา Wakasagi ใต้พื้นน้ำแข็งที่ Hibara Lake!

EP10/11 : Active Resort Urabandai Hotel ที่พักนอนสบายบน Urabandai!

EP9/11 : Inawashiro Lake ชมวิวทะเลสาบ และเหล่าฝูงหงส์!

EP8/11 : Yanaizu แวะขอพร ณ วัด Enzo-ji ในบรรยากาศหน้าหนาว!

EP7/11 : Hayato Onsen แช่ออนเซ็น นอนเรียวกังริมแม่น้ำ ท่ามกลางธรรมชาติ!

EP6/11 : Tadami Snow Festival เทศกาลหิมะเมืองทาดามิ พักเรียวกัง Yunoyado Matsuya(เจ้าของพูดไทยได้!)

EP5/11 : Mishima Snow & Fire Festival ชมเทศกาลหิมะและไฟ ในเมืองน่ารักบนเส้นทางรถไฟสายโรแมนติก!

EP4/11 : Aizu Painted Candle Festival เดินชิลในเทศกาลเทียน นอน Tagoto Ryokan!

EP3/11 : เที่ยววนไปใน.. Aizu Wakamatsu ด้วย Loop Bus 1 วัน สุดคุ้ม!

EP1/11 : Say Hi! Fukushima พาไปชิม Ramen ในตำนาน ที่ Kitakata!

ตะลุย.. “Nagoya” : เที่ยววนไปในภูมิภาค Chubu. (SHORYUDO Bus Pass สุดคุ้ม!)

Ramen Misoichi : ราเมง อาหารไทย และเมนูภาษาไทย(ใกล้สถานี Sendai)