EP5/11 : Mishima Snow & Fire Festival ชมเทศกาลหิมะและไฟ ในเมืองน่ารักบนเส้นทางรถไฟสายโรแมนติก!

Mishima Snow & Fire Festival ชมเทศกาลหิมะและไฟ ในเมืองน่ารักบนเส้นทางรถไฟสายโรแมนติก!

เมืองเล็ก.. น่ารัก..
ที่ใครมาแล้ว.. ต้องหลงรัก..

วันนี้.. เป็นวันที่ผมต้องตื่นแต่เช้า และรีบเช็คเอาท์ออกจากที่พัก Tagato Ryokan ในเมือง Aizu Wakamatsu เพื่อไปรอขึ้นรถไฟสาย Tadami Line ที่สถานี Nanukamachi รอบ 07.41 น. ไปยัง สถานี Aizu Miyashita ในเมือง Mishima อันเป็นจุดหมายต่อไป

จาก Tagato Ryokan มาถึง สถานีรถไฟ Nanukamachi ระยะทางประมาณ 600 เมตร แต่ระหว่างที่เดินสภาพอากาศหนาวมาก มีหิมะโปรยปรายลงมาแต่เช้า..

ผมจำเป็นที่จะต้องขึ้นรถไฟที่ สถานี Nanukamachi รอบ 07.41 น. เพราะถ้าพลาดรอบนี้ไปจะมีอีกที ก็ช่วงบ่าย เวลา 13.10 น. นู้นเลย เกิดพลาดขึ้นมานี่.. เสียเวลาไปหนึ่งวันอย่างแน่นอน โดยโปรแกรมหลังจากนี้ผมจะเดินทางไปยังเมือง Mishima เพื่อไปเที่ยวชมเทศกาล Mishima Snow & Fire Festival และ ในวันถัดไปก็จะเดินทางไปต่อยังเมือง Tadami เพื่อไปเที่ยวเทศกาลหิมะ Tadami Snow Festival ทริปนี้.. เน้นเดินสายเที่ยวเทศกาลหิมะครับ ไปลุยกัน!

สถานีรถไฟ Nanukamachi เป็นสถานีขนาดเล็ก สามารถกดซื้อตั๋วรถไฟได้ที่จุดจำหน่ายตั๋วอัตโนมัติที่ตั้งอยู่ภายในสถานี รอรถไฟอยู่สักพัก รถไฟก็มาเทียบชานชาลาแบบตรงเวลาเป๊ะ!

ระหว่างทาง ที่นั่งรถไฟสายนี้จะพบกับวิวทิวทัศน์สองข้างทางที่ไม่อาจละสายตาได้เลย ผมจะใช้เวลาในการเดินทาง 1 ชั่วโมง 24 นาที

รถไฟสาย Tadami Line นี้ จะวิ่งผ่านแม่น้ำ และภูเขาที่ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ บรรยากาศดีมาก จนได้ชื่อว่าเป็น รถไฟสายโรแมนติก ที่ต้องลองมาขึ้นกันดูสักครั้ง

นั่งชมวิวเพลินๆ ก็เดินทางมาถึงปลายทางที่ สถานีรถไฟ Aizu Miyashita ที่บรรยากาศโดยรอบถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ มองไปทางไหนก็ดูขาวโพลนไปหมดเลยครับ

Mishima เมืองน่ารัก!

เมือง Mishima เป็นเมืองที่มีขนาดเล็ก ที่อยู่ใน จังหวัดฟุคุชิมะ(Fukushima) หลายคนที่ได้มาเยือนเมืองนี้ก็เพราะ ความหลงใหลในเส้นทางรถไฟสาย Tadami Line ซึ่งมีความสวยงาม ของทางรถไฟ ที่พาดผ่านแม่น้ำ ป่าเขา อันเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของเมืองนี้ และ สถานที่แนะนำที่ที่พลาดไม่ได้ ก็คือ.. จุดชมวิวสะพาน Daiichi Kyouryou ที่ระยะหลังมานี้เริ่มเป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีของเหล่านักท่องเที่ยว

เมื่อเดินออกมาจาก สถานีรถไฟ Aizu Miyashita ก็สัมผัสได้ถึงความสงบเงียบ และเป็นธรรมชาติของเมืองนี้ ที่รายล้อมไปด้วยทิวเขา

 

จุดท่องเที่ยวสำคัญ ในเมือง Mishima ที่ผมวางแผนจะไปในวันนี้ เช่น จุดชมวิวสะพาน Daiichi Kyouryou (First Bridge View Point) ที่ห่างจากสถานีรถไฟไปราว 2 กิโลเมตร ซึ่งก่อนอื่น ผมต้องเข้าไปฝากกระเป๋า กับทางที่พักก่อน โดยผมได้จองที่พัก Eko-Kan เป็นที่พักแบบเรียวกังอยู่ติดกับแม่น้ำ

จาก สถานีรถไฟ Aizu Miyashita เดินทาประมาณ 100 เมตร จะเจอกับทางสามแยก ตรงนี้จะเป็นที่ตั้งของ ศูนย์บริการข้อมูลนักท่องเที่ยว สามารถแวะหาข้อมูลท่องเที่ยวของเมืองนี้ได้ครับ

ภายใน ของ ศูนย์บริการข้อมูลนักท่องเที่ยว จะมีอาหาร เครื่องดื่มจำหน่าย รวมไปถึงของที่ระลึกต่างๆ

ข้อมูลท่องเที่ยว ของ เมือง Mishima มีแบบภาษาไทยด้วย อ่านเข้าใจง่าย สามารถเที่ยวตามได้อย่างสบาย..

ผมใช้วิธีการเดินเท้า จากสถานีรถไฟ ตามแผนที่ไปยังที่พัก ซึ่งที่จริงอาจจะนัดหมายกับทางที่พักให้ออกมารับก็ได้ แต่ระยะทางในการเดินไปไกล ขอเดินเล่นๆ ชมเมืองไปดีกว่า บรรยากาศมันช่างสงบเงียบจริงๆ

ตั้งแต่มาเยือน จังหวัดฟุคุชิมะ(Fukushima) วันนี้เป็นวันที่รู้สึกว่าหนาวกว่าทุกวันเลยครับ มีหิมะโปรยปรายอยู่ตลอดเวลา

เดินเล่นๆ มาจนถึงทางลงไปสู่เรียวกัง ที่ผมจะเข้าพักในคืนนี้ครับ ตั้งอยู่ติดกับแม่น้ำ บรรยากาศก็ดูสงบดี เหมาะแก่การมาพักผ่อนมากครับ

Eko-Kan เรียวกัง วิวแม่น้ำ บรรยากาศสุดชิล!

การมาพักที่เรียวกัง Eko-Kan ผมได้โทรจองมาก่อนล่วงหน้า และทางเรียวกังก็ได้แจ้งมาก่อนแล้วว่า ห้องอาบน้ำ กำลังอยู่ในช่วงปรับปรุง ซึ่งก็รู้สึกเสียดายอยู่พอสมควร .. เพราะ ห้องอาบน้ำ และแช่ออนเซ็น ของที่นี่ วิวดีมาก! เห็นวิวแม่น้ำ แต่ก็ไม่เป็นไรครับ ไหนๆ ตั้งใจจะมาพักแล้ว ก็เลยจองไว้ก่อนดีกว่า อีกอย่างวันนี้มีงานเทศกาลด้วย.. เกรงว่าที่พักในหลายๆ ที่จะเต็ม สำหรับราคาที่พัก 15,000 เยน(รวมอาหารเย็น และเช้า)

เมื่อเข้ามาในเรียวกัง ผมก็ได้รับการต้อนรับอย่างดีกับ คุณป้าเจ้าของเรียวกัง ท่าทางใจดี พาเดินชมภายในเรียวกัง ที่ดูสะอาดสบายตาดีมากครับ

คุณป้าเปิดห้องที่ผมจะเข้าพักให้ชม และให้ผมฝากกระเป๋าเอาไว้ก่อนได้อีกด้วย ซึ่ง ห้องพัก เป็นห้องสไตล์ญี่ปุ่นที่มีขนาดใหญ่ มีพื้นที่กว้าง ปูพื้นด้วย เสื่อตาตามิ(Tatami) มีฟูก ที่นอน ผ้าห่ม และเครื่องอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน ที่สำคัญวิวนอกหน้าต่างแจ่มมากครับ

ชุดยูกาตะ ไว้สำหรับเปลี่ยน สวมใส่สบายๆ ขณะที่พักอยู่ในเรียวกัง

ห้องน้ำ จะเป็นห้องน้ำในตัว อยู่ภายในห้องเลยครับ

วิวนอกหน้าต่าง จะมองเห็น แม่น้ำทาดามิ และ ทิวเขา ที่ในขณะนี้มี หิมะตกอย่างหนัก ได้บรรยากาศไปอีกแบบ.. แบบว่าน่านอน ไม่อยากออกไปไหน 55+

ห้องอาบน้ำ แช่ออนเซ็น ของเรียวกัง ในขณะอยู่ในช่วงปิดปรับปรุงครับ ก็เลยขอนำภาพของห้องอาบน้ำ มาให้ชม บรรยากาศน่าแช่จริงๆ แช่ออนเซ็นไปพร้อมกับชมวิวสวยๆ น่าจะเพลินดี (ภาพจาก : http://www.mishima-kankou.net/spas )

 

รายละเอียดที่พัก

 

Tadami First Bridge จุดชมวิวในตำนาน!

หลังจากฝากกระเป๋าไว้ที่เรียวกังเสร็จเรียบร้อย คุณป้าเจ้าของเรียวกังก็เรียกให้ผมไปขึ้นรถ แม้จะสื่อสารกันด้วยภาษากาย ก็พอเข้าใจได้ว่า.. คุณป้าจะพาขับรถไปยัง จุดชมวิวสะพาน Daiichi Kyouryou (First Bridge View Point) ที่ถือว่าเป็นไฮไลท์ของการมาเยือน Mishima Town แห่งนี้ ซึ่งผมก็ไม่ได้แจ้งความประสงค์ว่าจะไปตอนนี้เลยนะ แต่ในเมื่อคุณป้าอาสาจะพาไปก็ไปตอนนี้เลยก็ได้ 55+

สำหรับ จุดชมวิว ดังกล่าว จะอยู่ห่างออกไป ประมาณ 2 กิโลเมตรกว่าๆ ขับรถมาไม่เกิน 5 นาที ก็ถึง จุดพักรถ Ozekaido Mishima Juku Roadside Station แล้วครับ (ทั้งนี้ จาก สถานีรถไฟ Aizu Miyashita สามารถเดินได้ใช้เวลา 30-45 นาที หรือ เช่าจักรยานปั่น หรือ นั่งรถรับ-ส่ง จาก หน้าสถานีรถไฟ ก็ได้ รถมีเพียงรอบเดียวเท่านั้น คือ 07.30 น. ค่าโดยสาร 500 เยน)

พอคุณป้ามาส่งเสร็จ ผมก็เดินเข้าไปที่ จุดพักรถ Ozekaido Mishima Juku Roadside Station ซึ่งภายในมีร้านอาหาร และ ร้านขายของต่างๆ

มีทัวร์สำหรับไปถ่ายภาพตามจุดต่างๆ ของเมืองนี้ด้วยครับ ใครอยากไปถ่ายภาพให้ครบทุกจุดไปแบบนี้ก็สะดวกดีนะ สำหรับ ตารางเวลารถไฟ ที่จะวิ่งผ่าน Daiichi Kyouryou (First Bridge View Point) ก็ตามภาพเลยครับ

จุดพักรถ Ozekaido Mishima Juku Roadside Station มีร้านอาหารให้บริการ ตอนนี้รู้สึกว่างมาก เพราะต้องรอถ่ายภาพรถไฟที่จะข้ามสะพาน ซึ่งจะมีรถไฟผ่านอีกครั้งก็อีกราว 2 ชั่วโมง หาอะไรกินก่อนดีกว่า

เขาบอกว่า.. มาที่นี่ต้องลองเมนูนี้ครับ ข้าวหน้าไก่ทอด เป็นไก่พันธุ์พื้นเมืองของเมืองนี้

ตามมาด้วย.. ซอฟท์ครีมถ่าน ครับ สีสันเหมือนถ่าน หวานหอมแปลกๆ ดี ราคา 330 เยน

จวนได้เวลารถไฟจะมาแล้ว! จาก จุดพักรถ Ozekaido Mishima Juku Roadside Station ต้องเดินเท้าต่อเพื่อไปยังจุดชมวิว ใช้เวลาประมาณ 15 นาที ในแต่ละจุดชมวิวไม่ได้อยู่ห่างกันไกล โดยจะเริ่มจาก จุด A คือ จุดเริ่มต้น(ใกล้กับอุโมงค์) และ จุดสำหรับชมวิว B C D ตามลำดับความสูง

ระหว่างทางที่เดินไป ก็จะเห็นวิวสะพาน และ แม่น้ำ

ทางเดินขึ้นจะอยู่ใกล้ กับ อุโมงค์ เป็นทางที่ค่อนข้างจะชันหน่อยนะครับ

ทางเดินขึ้นไปยัง จุดชมวิว ลื่นมากครับ! ลื่นหกล้มกันแทบทุกคน ต้องค่อยๆ ดึงโซ่ ประคองตัวขึ้นไปทีละก้าว

แล้วก็มาถึง จุดแรก คือ จุด B ตรงนี้จะมีที่สำหรับนั่งรอดูรถไฟ และภาพตัวอย่างที่จะเห็นวิวจากจุดนี้ด้วย

ระหว่างรอก็ชมบรรยากาศ และ วิวทิวทัศน์รอบๆ ตัวกันไปก่อน

เพียงไม่กี่อึดใจ! ก็ได้ยินเสียงของรถไฟค่อยๆ ดังขึ้น และ รถไฟก็วิ่งข้ามสะพานไป ในห้วงเวลาไม่กี่วินาที แต่..รู้สึกแอบเสียดาย ในช่วงที่รถไฟกำลังข้ามสะพาน เป็นช่วงที่หิมะโปรยลงมาหนักพอดี ก็เลยมองเห็นรถไฟไม่ชัดเท่าที่ควรเลย..

จุดชมวิวนี้.. ผมเคยมาแล้วครั้งนึง เมื่อช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ต้องบอกว่า.. ที่นี่ ชมวิวได้สวยทุกฤดูกาลจริงๆ แต่ละฤดูก็มีความสวยงามแตกต่างกันไป สามารถมาเที่ยวได้ตลอดทั้งปี..

 

รายละเอียดสถานที่ท่องเที่ยว

 

สะพานโค้งสามพี่น้อง (Miyashita Arch Sankyodai Bridges) สะพานโค้ง 3 สะพานในรูปเดียว!

จาก จุดพักรถ Ozekaido Mishima Juku Roadside Station ผมใช้วิธีเดินกลับเข้ามาในเมือง Mishima ใช้เวลาเดินเล่นๆ ชมวิวไปเพลินๆ ครึ่งชั่วโมงก็กลับเข้ามาในเมืองแล้วครับ และก็รีบไปยังจุชมวิวต่อไป ก็คือ สะพานโค้งสามพี่น้องมิยาชิตะ (Miyashita Arch Sankyodai Bridges) ที่สามารถเก็บภาพรถไฟพร้อมสะพานโค้ง 3 สะพานไว้ในรูปเดียว จุดนี้เดินทางสะดวก จาก สถานีรถไฟ Aizu Miyashita เดินไปทางสามแยกตรง ศูนย์บริการข้อมูลนักท่องเที่ยว แล้วเลี้ยวขวาไปอีก 200 เมตร ก็ถึงแล้วครับ ทางไปจุดชมวิวจะเป็นทางเล็กๆ ขึ้นเนินไป ตามภาพ..

ณ จุดนี้ จะมองเห็นเป็นวิว สะพานโค้ง 3 สะพาน มีสะพานที่รถไฟจะวิ่งผ่านอยู่ตรงกลาง สามารถที่จะเก็บภาพรถไฟพร้อมสะพานโค้ง 3 สะพานไว้ในรูปเดียว

ดังนั้น ช่วงเวลาที่รถไฟจะวิ่งผ่านสะพานนี้ ก็คือ ช่วงเวลาที่รถไฟวิ่งเข้า-ออก สถานี Aizu Miyashita นั่นเอง เพราะจุดนี้อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟมาก และ จุดชมวิวตรงนี้ก็มีความสวยงามทุกฤดูกาลเช่นเดียวกัน

 

จากนั้น ก็เดินเล่นชมวิวของเมือง Mishima ในบรรยากาศหน้าหนาว รู้สึกสงบเงียบดีนะ..

ลองเดินข้ามสะพานไปอีกฝั่งของแม่น้ำ จะเห็นวิวของเขื่อนด้วย

ต้นสนบนทิวเขาถูกปกคลุมด้วยหิมะที่โปรยปรายลงมา แค่ออกมาเดินเล่นๆ รอบเมืองก็เห็นวิวสวยๆ แล้วครับ

Hashinohashi คาเฟ่เก๋ๆ วิวป่าสน!

เนื่องจากผมเคยมาเยือนเมืองนี้แล้วครั้งนึง.. แล้วติดใจ ร้านกาแฟ Hashinohashi วิวป่าสนแห่งนี้ ก็เลยอยากกลับมานั่งชิลเล่นอีกครั้ง แต่เมื่อเดินมาถึงก็พบว่า ร้านปิด! เพราะทางร้านเขาเตรียมไปออกบูทที่ งานเทศกาลหิมะและไฟ ที่จัดวันนี้พอดี ก็เลยอดมานั่งเล่นเลยครับ

สำหรับใครที่มาเที่ยวเมือง Mishima แล้วอยากหาคาเฟ่ มานั่งจิบกาแฟชิลๆ ก็ลองเดินมาที่ ร้านนี้ได้ครับ นอกจากกาแฟแล้วก็มีเมนูแนะนำอย่าง ข้าวแกงกะหรี่มะเขือเทศไก่ รสชาติอร่อย ต้องลอง!

 

รายละเอียดร้านอาหาร

  • ร้านอาหาร : Hashinohashi
  • เวลาเปิดบริการ : 11.30 น. – 19.00 น.(ปิดวันจันทร์)
  • เว็บไซต์ :
  • พิกัด : https://goo.gl/maps/s1vpF6Ws2kz

 

Mishima Snow & Fire Festival 2019 – เทศกาลหิมะและไฟ!

พอเข้าสู่ช่วงเย็น ผมก็เตรียมออกไปเที่ยว เทศกาลหิมะและไฟ (Mishima Snow & Fire Festival) ซึ่งจัดที่ ลานกิจกรรม หรือ ลานกีฬา ของเมือง Mishima ครับ เดินจากหน้าสถานีรถไฟไปประมาณ 30 นาที อยู่ทางเดียวกันกับทางไปชมวิวสะพาน Daiichi Kyouryou (First Bridge View Point) เดินเล่นไปเรื่อยๆ ก็มาถึงบริเวณจัดงาน

เทศกาลหิมะและไฟ เป็นเทศกาลประจำปีของเมือง Mishima ซึ่งจะจัดทุกวันเสาร์ที่ 2 ของเดือนกุมภาพันธ์ เป็นประจำทุกปี โดยงานจะเริ่มตั้งแต่ช่วงเที่ยงเป็นต้นไป บรรยากาศภายในงาน ก็จะมีการแสดงชุดต่างๆ บนเวทีให้ได้ชม มีการออกบูทของร้านอาหารต่างๆ มีของกินให้เลือกกินเพียบ และที่สำคัญมี สาเก ของเมืองนี้ให้ได้ลองชิม ลองดื่ม กันแบบไม่อั้นอีกด้วย คลายหนาวได้อย่างดีเลยล่ะ!

การออกร้านขายอาหาร มีของให้กินเพียบ แต่ละร้านก็น่ากินทั้งนั้น อยากกินไปหมดทุกอย่างเลยทีเดียว

ผมถูกเชื้อเชิญให้ลองชิม สาเก พื้นเมืองที่ยกมาตั้งเป็นถังใบใหญ่เลย ตอนแรกเข้าใจว่า.. ไว้สำหรับขาย แต่เขาให้ชิมได้ฟรี! เติมได้อีกต่างหาก โดยมีน้องคนนี้ คอยเติมให้อยู่เรื่อยๆ เลย พอได้ลองชิมแล้ว มันก็เพลินแบบนี้แหละ 55+

สาเก พื้นเมืองรสชาติเยี่ยมมากครับ! ยิ่งอยู่ในสภาพอากาศหนาวๆ ดื่มในแก้วไม้ ทำให้มันเย็นๆ ได้รสชาติดี..

ทุกคนที่มาร่วมงานก็จะได้ลองชิม สาเก ครับ ใส่แก้วไม้ และมีเติมเกลือที่ปากแก้วนิดๆ.. ดื่มในบรรยากาศแบบนี้ สุดยอด.. อิอิ!

บริเวณลานกิจกรรม ที่เด็กๆ ได้มาเล่นหิมะ และวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน

ไฮไลท์สำคัญของเทศกาลนี้ จะอยู่ในช่วงท้าย จะมีการจุดไฟกับฟางที่มัดเป็นเหมือนต้นไม้ใหญ่ โดยชาวบ้านจะตัดต้นไม้จากภูเขา และรวบรวมสิ่งของจากทุกบ้านมาตกแต่งเป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ จากนั้น ก็จะทำการ เผาไฟ เพื่อเป็นการขับไล่สิ่งอัปมงคล ไม่ให้เจ็บไข้ได้ป่วย และ เพื่ออธิษฐานให้ผลผลิตทางการเกษตรอุดมสมบูรณ์

กิจกรรมเผาไฟ จะเริ่มจากคนในชุมชนตั้งขบวน และถือคบไฟ เข้ามาในบริเวณงาน พร้อมกับการร้องรำทำเพลง

จากนั้น ก็จะทำการจุดไฟ จนครบหมดทุกต้น

ระหว่างที่ไฟกำลังเผาไหม้อยู่ ก็จะมี การจุดพลุ ขึ้นมาเป็นชุดอย่างสวยงาม

เมื่อไฟได้มอดดับลง ทิ้งเอาไว้แค่เพียงเถ้าถ่าน ก็เป็นอันสิ้นสุดของเทศกาลนี้!

 

รายละเอียดเพิ่มเติม Mishima Snow & Fire festival

อาหารมื้อเย็น สุดอลังการ ที่ Eko-Kan

เทศกาลหิมะและไฟสิ้นสุดลง ในเวลาประมาณ 19.00 น. ผู้คนก็ต่างแยกย้ายกันกลับ ส่วนผมก็เดินเท้าฝ่าความมืด และความหนาว กลับมาตามเส้นทางเดิม จนมาถึงเรียวกัง ก็ไปอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า และ มารอทาน อาหารเย็น ในเวลาประมาณ 20.00 น.

คุณป้าเจ้าของเรียวกัง ได้เตรียมอาหารเย็นไว้ให้ที่ห้องอาหารชั้นล่าง เป็นมื้ออาหารที่อลังการมาก มันมีหลายเมนู จนกลัวว่าจะกินไม่หมดจริงๆ เพราะ ผมก็กินอะไรมาเยอะพอสมควรตั้งแต่ในงานแล้ว 55+

หน้าตาของอาหารแต่ละเมนูดูน่ากินมากเลยครับ

คุณป้า บอกว่ากินไปได้เรื่อยๆ ไม่ต้องรีบ อยากจะได้อะไรเพิ่มอีกก็สามารถบอกได้เลย.. แต่ผมคิดว่า.. แค่นี้ก็เยอะมากแล้วนะเนี่ย..

สุดท้าย.. ก็กินไปเรื่อยๆ ครับ อาหารรสชาติอร่อยดี แต่ละเมนูก็ดูพิถีพิถันในการทำ ไม่นานก็กินหมดเกลี้ยง.. อิ่มแปล้ คืนนี้หลับสบายอีกแล้วววว.. ^^

DAY #4 : 10.02.19
เช้าอันสดใส ใน Mishima!!

รู้สึกถึงไออุ่นจากแสงแดด..

ผมถูกทักทายด้วยแสงแดดของเช้าวันใหม่ ที่ส่องเข้ามาใน ห้องพัก เป็นเช้าที่ตื่นมาสดชื่นอย่างมาก

เมื่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ก็เห็นวิวทิวทัศน์ได้อย่างชัดเจน ท้องฟ้าดูสดใส วิวสวยๆ แบบนี้ รู้สึกว่า.. อยากอยู่ต่ออีกสักวันสองวัน เลยนะ 55+

พอได้เวลา อาหารเช้า ก็ลงไปทานตามเวลาที่นัดเอาไว้ครับ ได้ทานที่ห้องทานอาหารห้องเดิม โดยคุณป้าได้เตรียมอาหารไว้เรียบร้อยหมดแล้ว

อาหารเช้า ก็เป็นเมนูแบบง่ายๆ ครับ สามารถเติมข้าว และ น้ำซุปได้ นอกจากนี้ก็ยังมีผลไม้ ชา กาแฟ อีกด้วย

ผมก็.. นั่งกินไป ดูวิวบรรยากาศข้างนอกไป ชิลๆ ครับ ยังพอมีเวลาในช่วงเช้าอยู่พอสมควรเลย…

หลังจากเก็บกระเป๋า และเช็คเอาท์เรียบร้อยแล้ว คุณป้าก็ขับรถไปส่งผมที่ สถานีรถไฟ Aizu Miyashita ครับ ซึ่งผมมีโปรแกรมที่จะเดินทางไปต่อยังเมือง Tadami โดยจะไปเที่ยว เทศกาลหิมะเมืองทาดามิ(Tadami Snow Festival) ต่อไป..

ติดตามไปเที่ยวกันต่อได้ในตอนหน้านะครับ!

 

>> EP6/11 : Tadami Snow Festival เทศกาลหิมะเมืองทาดามิ พักเรียวกัง Yunoyado Matsuya(เจ้าของพูดไทยได้!)

 

7 Days in Fukushima! | บันทึกการเดินทางเที่ยวฟุคุชิมะ 7 วัน

 


การท่องเที่ยวเชิงไฉไล | CHAILAIBACKPACKER

Fanpage : https://www.facebook.com/chailaibackpacker
Instagram : CHAILAIBACKPACKER
Twitter : @chailaibackpack / goo.gl/VIBXC9
E-mail : chailaibackpacker@gmail.com
Website : www.chailaibackpacker.com

 

Comments

Share Button

RELATED POSTS

#FUKUOKA : เที่ยว.. “เกาะแมว” Ainoshima Island แมว.. เต็มไปหมดเลย!

ปริ๊นซ์ โฮเต็ลส์ เตรียมเปิดโรงแรมใหม่ 3 แห่ง ในปี 2563 สานต่อกลยุทธ์สร้างแบรนด์ให้อยู่ในใจลูกค้าทั่วโลก

Thai Lion Air ฉลองเปิดเส้นทางบินใหม่!! ดอนเมือง – นาโกย่า จัดกิจกรรม!! ชิงบัตรโดยสารจากสายการบินไทย ไลอ้อน แอร์ จำนวน 1 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง

EP11/11 : ตกปลา Wakasagi ใต้พื้นน้ำแข็งที่ Hibara Lake!

EP10/11 : Active Resort Urabandai Hotel ที่พักนอนสบายบน Urabandai!

EP9/11 : Inawashiro Lake ชมวิวทะเลสาบ และเหล่าฝูงหงส์!

EP8/11 : Yanaizu แวะขอพร ณ วัด Enzo-ji ในบรรยากาศหน้าหนาว!

EP7/11 : Hayato Onsen แช่ออนเซ็น นอนเรียวกังริมแม่น้ำ ท่ามกลางธรรมชาติ!

EP6/11 : Tadami Snow Festival เทศกาลหิมะเมืองทาดามิ พักเรียวกัง Yunoyado Matsuya(เจ้าของพูดไทยได้!)

EP4/11 : Aizu Painted Candle Festival เดินชิลในเทศกาลเทียน นอน Tagoto Ryokan!

EP3/11 : เที่ยววนไปใน.. Aizu Wakamatsu ด้วย Loop Bus 1 วัน สุดคุ้ม!

EP2/11 : Higashiyama Onsen เมืองออนเซ็นกลางหุบเขา พัก Motoyu Ariyama Ryokan!