#ชิลล์ริมโขง :: พาไปชิมอาหารเวียดนามที่ “ครัวเวียดนาม@นครพนม”

cover nakhonphanom

ชิลล์ริมโขง :: พาไปชิมอาหารเวียดนามที่ “ครัวเวียดนาม@นครพนม”

ไฉไลแบ็คแพ็คเกอร์ .. ได้มีโอกาสไปเยือน จังหวัดนครพนมอีกแล้ว (หลังจากที่เคยไปแล้วมาในหลายๆ ครั้ง 55)  นครพนม เป็นจังหวัดที่ผมรู้สึกชอบมาก และเหมาะกับการไปพักผ่อนสบายๆ ใช้ชีวิตไม่เร่งรีบ สูดอากาศดีๆ ริมแม่น้ำโขง หรือ หาของอร่อยๆ กิน ซึ่งที่ นครพนมก็มีร้านเด็ดๆ และอาหารอร่อยๆ ที่เยอะมากๆ เลยครับ

ในครั้งนี้ “นครพนม” จึงเป็นจุดหมายในการเดินทางของผมอีกครั้ง แต่ในครั้งนี้ .. จะไม่เน้นเที่ยว เน้นไปพักผ่อนสบายๆ หาอะไรกินซะมากกว่าครับ ฮ่าๆ  เนื่องจากผมไปเที่ยว ตามสถานที่เที่ยวต่างๆ ในเมืองจนหมดเกือบครบทุกที่แล้วครับ  ทริปนี้ก็เลยดูสบายๆ เรื่อยเปื่อยๆ ง่ายๆ ชิลล์ๆ ….. ไปครับ!

ร้านอาหารที่นครพนม ผมก็เคยลองมาหลายร้านแล้วเหมือนกันนะครับ ที่คิดว่าบ่อยสุดก็คงเป็น “ปากหม้อศรีเทพ” อันนี้ไปทุกครั้งต้องไปกินทุกทีเลยมาครั้งนี้ก็เลย ลองมาหาร้านกินอาหารเด็ดๆ ใหม่ๆ ที่ไม่เคยลองบ้างดีกว่า จากที่ลองศึกษาข้อมูลมาบ้าง คนแนะนำมาบ้าง .. ก็เลยมาลองที่ร้านนี้ครับ “ครัวเวียดนาม @ นครพนม” – เป็นร้านอาหารเวียดนามตามชื่อแน่นอน เดี๋ยวจะลองมารีวิวสั้นๆ กันให้ชมนะครับ

cover nakhonphanom

 

จากที่เคยไปนครพนม เกือบจะสิบครั้งเห็นจะได้ ผมว่า เมืองนครพนม นี่น่าอยู่นะครับ โดยลักษณะที่ตั้งของตัวเมืองเองที่อยู่เลียบติดริมโขง ทำให้เมืองนี้ ดูค่อนข้างที่จะสงบ และ มีวิถีชีวิตที่ดูไม่เร่งรีบ อาหารของที่นี่ก็ขึ้นชื่อความอร่อยอีกต่างหาก ด้วยความที่ผมไปบ่อย ผมได้เคยเขียน รีวิวนครพนม รวมที่เที่ยว ที่กิน ที่เคยไปมาบ้างแล้วนะครับ สามารถตามเข้าไปดูได้ที่ Post เก่านี่ครับ …..

 

[REVIEW – นครพนม..เป็นเมือง สโล๊ว์ สโลว์] ปั่น|กิน|เที่ยว>บินไปเฟี๊ยวที่ ‘นครพนม’ >> ชมรีวิวที่นี่


จึงเป็นสาเหตุที่ครั้งนี้ก็เลยไม่ได้ไปเที่ยวไหนเลย เพราะไปมาหมดซะแล้ว 55+ ก็เลยชิลล์ๆ พักผ่อนหย่อนใจอยู่ริมโขงแบบนี้ล่ะครับ และก็ขอเล่าเรื่องราว นิดๆ หน่อยๆ ถือว่าเป็นการอัพเดตเล็กน้อยไปในตัวนะครับ ^^

 

การเดินทางสู่ จังหวัดนครพนม

เป็นการเดินทาง ค่อนข้างที่สะดวกสบาย ด้วยเที่ยวบินที่ไปลงแต่ละวันมีเยอะใช้ได้สำหรับเมืองเล็กๆ ริมโขงแบบนี้เลยล่ะครับ ยิ่งถ้าช่วงโปรฯ ถูกๆ นี่ผมจัดทิ้งไว้แทบทุกครั้งเลย จะว่างไปบ้าง ไม่ไปบ้าง ทิ้งตั๋วบ้าง ก็ล้วนแต่สถานการณ์ในช่วงนั้นๆ ซึ่งถ้าว่างเวลาเหมาะเจาะ ก็ไม่พลาดที่จะไปเยือนเลยล่ะครับ จากสนามบินนครพนมเข้าเมือง ก็มีรถบริการคนละ 100 บาท เหมือนเดิมครับ

วิธีการเดินทางที่สะดวกที่สุดในตัวเมืองนครพนมเห็นจะเป็นการเช่าจักรยานปั่นครับ ซึ่งการ “เช่าจักรยาน” ไม่ใช่เรื่องยากเลย เพราะร้านให้เช่าจักรยานก็อยู่ติดๆ กับหอนาฬิกานั่นเอง ร้านสีเหลือง มองเห็นเด่นชัดเลย..มีจักรยานให้เช่าคิดเป็นชั่วโมงละ 10 บาท หรือ จะคิดเป็นวันก็ได้ ในราคา 50 บาท (ซึ่งถ้าจะปั่นเกิน 5 ชั่วโมง ก็เหมาเป็นวันไปเลยครับ)

“หอนาฬิกา” ที่ว่านี้ คือ หอนาฬิกาเวียดนามอนุสรณ์ เป็นหอนาฬิกาที่ชาวเวียดนามได้สร้างไว้เป็นอนุสรณ์แก่ชาวนครพนม สร้างเมื่อ พ.ศ.2503 เมื่อคราวย้ายกลับ ปิตุภูมิประเทศเวียดนาม  ถือเป็นสัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของเมืองนครพนม อันเนื่องจากเมื่อครั้งฝรั่งเศสพ่ายแพ้ในสงครามเดียนเบียนฟู ชาวเวียดนามได้ลี้ภัยมาอาศัยในนครพนม เมื่อสงครามสิ้นสุดลง เพื่อเป็นการขอบคุณคนไทย ชาวเวียดนามจึงได้ ร่วมกันสร้างหอนาฬิกาขึ้นเพื่อระลึกถึงความมีไมตรีของคนนครพนมและคนไทย ไว้เป็นอนุสรณ์ เดี๋ยวนี้ประดับไฟสามารถเปลี่ยนสีสันได้ด้วยครับ ด้วยเหตุนี้.. นครพนมจึงได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรม มาจากเวียดนามเหมือนกัน ครับ

สำหรับการปั่นจักรยานแล้ว.. เส้นทางปั่น จะปั่นเลียบริมฝั่งโขง โดยใช้ ถ.สุนทรวิจิตร ซึ่งติดกับแม่น้ำโขงเลย ปัจจุบันนี้ มีแบ่งเลนให้จักรยานปั่นด้วยครับ จัดการจราจรใหม่ เพื่อลดอุบัติเหตุจากใช้ถนนร่วมกัน และ ที่เที่ยวต่างๆ ก็อยู่ติดริมโขง แต่ละที่ ตั้งไม่ห่างกันมาก ทำให้การปั่นริมโขง ได้บรรยากาศมากๆ แต่อย่างที่บอกไปครับ ว่า “ผมเคยไปมาแล้ว” ก็เลยขอปั่นชิลล์ๆ เล่นริมโขง… นี่ล่ะครับ!ผมพบการเปลี่ยนแปลงใหม่ในครั้งนี้ ที่ริมโขง มี “เขื่อนโขง” เป็นเหมือนเขื่อนกั้นไม่ให้ตลิ่งพัง(มาครั้งก่อนเห็นกำลังสร้าง) เป็นสิ่งที่สร้างถาวรขึ้นมาเลียบริมโขงไปตลอดแนวยาว ตอนช่วงเช้า และ เย็น จะบรรยากาศดีมาก! เป็นเหมือนลาน ออกกำลังกาย ของคนที่นี่ และ บรรยากาศน่าพักผ่อนหย่อนใจมากเลยครับผมจึงใช้เวลาส่วนใหญ่ในตอนเย็น ปั่นจักรยานเล่นอยู่ ไปๆ มาๆ แถวนี้ล่ะครับ เหนื่อยก็มานั่งเล่นชมบรรยากาศริมโขง มันก็ชิลล์ดีนะครับ ช่วงเย็นๆ เวลา 17.00 น. จะมีบริการล่องเรือแม่น้ำโขงด้วย ชมบรรยากาศยามเย็น สองข้างฝั่ง ทั้งฝั่งไทย และลาว มีไกค์คอยบรรยายให้ความรู้ ประวัติต่างๆ ด้วย .. ผมว่าเป็นอะไรที่คุ้มค่าในราคา 50 บาท ..มากเลยครับ!

มาพูดถึงร้าน “ครัวเวียดนาม @ นครพนม” ที่เกริ่นเอาไว้ข้างต้นเลยดีกว่าครับ ร้านนี้จะหาไม่ยากครับ ผมไม่แน่ใจว่าร้านเริ่มเปิดกี่โมง แต่ผมไปที่ร้านตอนช่วงเย็นๆ ครับ และร้านจะปิดประมาณ 4 ทุ่มกว่าๆ

ปั่นจักรยานไปไม่ไกลครับ จาก “หอนาฬิกา” ไปตามเส้น “เฟื่องนคร” ประมาณ 100-200 เมตร จะถึงแยกที่มี 7-11 ตรงหัวมุม แล้วเลี้ยวซ้ายเลยครับ ร้านจะอยู่ตรงข้าม เยื้องๆ กับ 7-11 นั่นเองครับ (ตรงหอนาฬิกาจะมีร้านกินดื่มอยู่เยอะเหมือนกันครับ เยอะกว่าครั้งก่อนๆ ที่เคยมา ฮ่าๆ ร้านชื่อ ห-นาฬิกา นี่คนเยอะมากๆ หรือตรงข้ามกัน ร้านโกดัง 60 นี่ก็น่านั่งเช่นกัน อ๋อ..ใกล้ๆ หอนาฬิกาก็มีร้านนมเหมือนกันนะ ใช่ว่าจะมีแต่ แอลกอฮอล์ อิอิ ) หรือ จะเดินมาก็ได้นะครับ ตรงหอนาฬิกา(ถนนคนเดิน) เดินมาร้านก็ไม่ได้ไกลอะไรครับ ถึงแยก 7-11 แล้วเลี้ยวซ้าย ก็จะเห็นร้าน “ครัวเวียดนาม @ นครพนม”

ร้านจะแบ่งเป็นสองส่วนครับ สามารถนั่งข้างในได้แอร์เย็นฉ่ำเลยล่ะ หรือ ชอบนั่งบรรยากาศข้างนอก ก็ตามความสะดวกเลยครับ

ขอเลือกนั่งข้างในล่ะกันครับ ขอนั่งสบายแอร์เย็นฉ่ำหน่อย ตอนนี้รู้สึกหิวสุดๆ ครับ

บรรยากาศภายในร้านจะประดับด้วย “งอบ” ที่เป็นสัญลักษณ์ของเวียดนามครับ เป็นงอบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่เคยเห็นกันบ่อยๆ เป็นงอบใบเล็กๆ ประดับอยู่ที่ฝาผนังร้าน

ร้านดูโปร่ง สว่าง สะอาดตาดีครับ มีคนวนเวียนเข้ามาทานอาหารในร้านกันพอสมควรเลย โดยเฉพาะช่วงเย็นๆ แบบนี้

นี่เป็นเมนูอาหารครับ มีทั้ง อาหารไทย และอาหารเวียดนาม 

เมนูอีกด้าน อาหารเวียดนามก็มีน่าลองกินอยู่เยอะเหมือนกัน

เมนูแรกที่ต้องสั่งก็ต้อง “แหนมเนือง” ครับ แต่ที่นี่มี “แหนมเนืองห่อสำเร็จ” ด้วยครับ น่าจะประมาณว่าทานสะดวก ไม่ต้องใช้มือ เพราะห่อสำเร็จมาให้เลย ขนาดพอดีคำ ราดน้ำจิ้มแล้วกินได้เลย แต่ผมว่าการใช้มือหยิบกินนี่มันจะรู้สึกอร่อยนะ หยิบผักเติมนั่น เติมนู่นเอง มันได้อารมณ์กว่าเยอะ อิอิ แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ ล่ะ! ลองแบบห่อสำเร็จมาบ้าง ก็สะดวกดีอย่างที่ว่าเหมือนกัน .. ห่อมาเป็นคำๆ เลย กินง่ายดี ชุดละ 120 บาท เอง! น่าลองๆๆ มากครับ

เสริฟมาพร้อมนำจิ้ม และผักสด ..ครับ (เผื่ออยากกินผักเพิ่มให้จุใจ)

เมนูต่อมา ขึ้นชื่อว่าอาหารเวียดนามก็ต้องมีหมูยอ เป็น “หมูยอรวม” ลวกมา พร้อมน้ำจิ้มรสเด็ด ชุดละ 180 บาท หมูยอนี่รู้สึกจะมีอยู่ 3 แบบครับ จิ้มกับน้ำจิ้ม ที่คล้ายน้ำจิ้มซีฟู๊ด เปรี้ยวๆ หวานๆ ผมว่าเมนูนี้อร่อยเลยล่ะ ด้วยส่วนตัวชอบกินหมูยออยู่แล้วอ่ะนะ ^^


อันนี้คุ้นตากันดีครับ “ปอเปี๊ยะทอด” ทอดมาใหม่ๆ ร้อนๆ กรอบๆ เลยล่ะครับ กินเล่นเป็นออเดริฟ อร่อยดีครับ!

ชามนี้เป็น บุ๋นบี่ หรือเรียกง่ายๆ ว่า ขนมจีนทรงเครื่อง ชามละ 60 บาท ก็เป็นเส้นขนมจีนที่น้ำยาขลุกขลิกมาในชาม พร้อมกับเครื่องเคียงต่างๆ

เมนูต่อมา อันนี้รู้สึกจะหากินยากหน่อย ไม่มีในรายการอาหาร มีในบางช่วงฤดูกาลเท่านั้น  ซึ่งเมนูไหนที่มีบางช่วงฤดูกาลก็จะมีพนักงานคอยแนะนำให้ครับ ซึ่งก็น่าลองเหมือนกันเป็น “ปลาเอินต้มเค็ม” (180 บาท) เป็นปลาแม่น้ำโขงประเภทหนึ่งครับ ที่จับมาได้แบบสดๆ ในบางช่วงฤดูกาลเท่านั้น  มานครพนม ไม่ต้องห่วงครับ ได้กินปลาแม่น้ำสดๆ อย่างแน่นอนครับ! อันนี้ต้องทานกับข้าวสวยครับ ถึงจะพอเหมาะ.. เพราะรสค่อนข้างหนักไปทางเค็มนิดๆ  และก็ควรทานคู่กับผักสดด้วยนะครับ เข้ากันดีเหมือนกัน

อีกหนึ่งเมนูครับ คุ้นเคยกันดี “ก๋วยจั๊บญวณ” ..อันนี้เหมือนสั่งมาซดน้ำเล่นๆ ครับ แต่เส้นเขานี่เหนียวจริงๆ  แบบเหนียวนุ่มนะครับ พร้อมกับ น้ำซุปร้อนๆ


ตบท้ายด้วยของหวาน อันนี้ก็เป็นของหวานทั่วๆ ไป ครับ มีให้ เครื่องให้เลือกอยู่มากมาย ก็เลยจัด ซาหริ่มเฉาก๊วยน้ำกะทิ มา.. ปิดท้ายมื้อนี้!

หลังจากผมทานอาหารที่ร้านเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทางร้านได้บอกว่า.. พรุ่งนี้ที่ร้านจะมีเมนูหากินยาก คือ เมนู “โหญ่ย” (ไม่รู้ว่าเรียกถูก เขียนถูก หรือเปล่านะครับ เพราะผมก็ไม่ค่อยสัดทัดเรื่องพวกนี้เหมือนกัน 55) เขาบอกว่าน่าลองนะ.. !! ด้วยความที่ผมต้องอยู่นครพนมอีกคืน และกลับ กทม. ในวันรุ่งขึ้น

เย็นวันถัดมานั่นเอง ผมก็กลับไปที่ร้านอีกรอบ ด้วยเป็นทริปที่อยากลองกินอะไรใหม่ๆ อยู่แล้วก็เลยอยากลองดูครับ อันนี้คือหน้าตาของ โหญ่ย ที่ว่าครับ.. เรียกง่ายๆ ก็คือ ไส้อั่วเลือดหมู ครับ จะมีเครื่องเคียงพวกกระเทียม มะเฟือง อะไรพวกนี้มาด้วยครับ ชุดละ 200 บาท

จะมีอีกจานเป็นต้นหอมลวก เอาไว้พัน พร้อมกับถ้วย หมัมโตม (อันนี้จำชื่อชัวร์ๆ ไม่ได้ ผิดยังไงขออภัยครับ) มันจะเป็นเหมือนน้ำพริกปลาร้า กินเหมือนเป็นเมี่ยงเลย จะกินกับ หมู หรือ ไส้อั่วเลือดหมู ก็ได้ครับ หมัมโตม .. นี่มีกลิ่นค่อนข้างจะแรงถึงแรงมากครับ กลิ่นคล้ายปลาร้าบ้านเรา แต่แรงกว่าเยอะเลย ขนาดผมคนกินปลาร้าจัดๆ  ยังแบบว่ากลิ่นขึ้นจมูกเลย ต้องใส่แต่น้อยๆ เอาครับ


เพราะ เหตุนี้ใครสั่งเมนูนี้ต้องทานนอกร้านเท่านั้นครับ … !!

อิ่มเรียบร้อย..ไปอีกมื้อ กับการฝากท้องไว้ที่ร้าน “ครัวเวียดนาม @ นครพนม” แห่งนี้ครับ  ก็ขอจบรีวิวสั้นๆ ร้านอาหารเวียดนามอร่อยๆ ที่นครพนม เพียงเท่านี้นะครับ  เพื่อนๆ ที่มีโอกาสไปเที่ยวนครพนมลองแวะไปทานกันได้ครับ.. อร่อยถูกใจแน่นอนครับ! และ.. นอกจากนี้ร้านอาหารที่นครพนมก็มีเยอะแยะมากมายหลายร้านครับ ใครที่ชอบสรรหาของกินอร่อยๆ ต้องไม่พลาดมาเยือนที่นี่.. นะครับ  รับรองจะติดใจ จังหวัดริมโขง แห่งนี้แน่นอนครับ.. ^^
..ไว้เจอกันใหม่ นครพนม ..

BY CHAILAIBACKPACKER

Comments

Share Button