EP1/3 Sapporo : จะเที่ยวก็สนุก จะกินก็อิ่ม ที่นี่.. ซัปโปโร!

EP1/3 Sapporo : จะเที่ยวก็สนุก จะกินก็อิ่ม ที่นี่.. ซัปโปโร!

 

อยากไปเที่ยว.. “ซัปโปโร”

 

ซัปโปโร เป็นเมืองหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น ที่ผมมีความรู้สึกชอบมาก รู้สึกชอบแม้จะยังไม่ได้ไปเยือนสักครั้งเลยด้วยซ้ำ เพราะจากที่ได้ติดตามอ่านข่าวสารการท่องเที่ยวต่างๆ ในเมืองซัปโปโรตามช่องทางต่างๆ ก็รู้สึกว่าเมืองนี้.. มันมีเสน่ห์น่าสนใจอย่างมาก ทั้งสถานที่ท่องเที่ยว และอาหารการกินโดยเฉพาะอาหารทะเลสดๆ ที่ทำอยากให้ไปลองชิมสักครั้ง ยิ่งช่วงหลังมานี้ ผมได้ติดตามดูฟุตบอลเจลีก และแอบเชียร์ทีม Hokkaido Consadole Sapporo ที่มี เจ ชนาธิป เล่นอยู่ด้วย จึงเป็นโอกาสดีที่จะลองไปสัมผัสบรรยากาศของเมืองนี้สักครั้งครับ

การเดินทางในทริปนี้.. ผมมีเวลาค่อนข้างที่จะจำกัด เนื่องด้วยปัจจัยหลายๆ อย่าง ทำให้มีเวลาเที่ยวอยู่ที่ ซัปโปโร แค่ 4 วันเท่านั้น โดยเดินทางไปในช่วงเวลาของใบไม้เปลี่ยนสีในปลายเดือน ตุลาคม ที่ผ่านมา(2561) แม้จะเป็นระยะเวลาที่สั้น แต่ก็เที่ยวสนุก และได้กินอย่างเต็มที่เลย ลองตามมาเที่ยวด้วยกันครับ!

 

เนื้อหารีวิวนี้แบ่งเป็นทั้งหมด 3 ตอน คือ

ไป.. “ซัปโปโร” ไปไหนมาบ้าง?

  • ไป.. เที่ยวในเมืองซัปโปโร และ โอตารุ!

วนเที่ยวใน เมืองซัปโปโร ด้วย Subway โดยใช้ ตั๋ววัน(One Day Pass) เดินทางได้อย่างไม่จำกัด ไปตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เช่น SAPPORO TV Tower, โรงงานช็อคโกแลต Shiroi Koibito Park, ตลาดปลา Nijo Market เป็นต้น นอกจากนี้ ผมก็ได้นั่งรถไฟไปเที่ยวเมืองใกล้ๆ อย่าง โอตารุ และไปเก็บแอปเปิ้ล ที่สวนแอปเปิ้ล อีกด้วย

 

  • ไป.. กินของอร่อย ต้องลอง!

ซัปโปโร เป็นเมืองที่ของกินเยอะมาก ก็เลยได้ไปตะลุยกินมาหลายอย่างเลย เช่น อาหารทะเลสดๆ, เนื้อแกะ(เจงกิสข่าน), เนื้อย่าง, ซูชิปั้นสด, ซุปแกงกะหรี่ ฯลฯ ที่นี่ ของกินอร่อยทุกอย่างเลยจริงๆ

 

  • ไป.. เล่นหิมะ ที่ Mt.Asahidake!

ช่วงปลายเดือนตุลาคม ของทุกปี เกาะฮอกไกโด ก็เริ่มมีหิมะตกแล้ว โดยเฉพาะที่ยอดเขาของ Mt.Asahidake จะเป็นที่แรกๆ ที่มีหิมะตกเลยครับ ใครอยากมาสัมผัสหิมะก่อนใคร ก็ต้องลองมาที่นี่เลย

 

  • ไป.. ไปสัมผัสบรรยากาศสนาม(ซ้อม) Hokkaido Consadole Sapporo

มาถึง ซัปโปโร ก็อยากไปดูฟุตบอลเจลีก แต่ช่วงเวลาที่ผมมาเที่ยวนี้ ตรงกับวันแข่งขันของ ทีม Hokkaido Consadole Sapporo ซึ่งเป็นฝ่ายไปเยือนทีมของเมืองอื่น จึงรู้สึกเสียดายอยู่พอสมควร แต่ไหนๆ มาแล้วก็ขอมาเดินเที่ยวชมสนามซ้อมของสโมสรล่ะกันครับ ถ้ามาตรงกับเวลาที่มีการซ้อม ก็จะได้ชมการซ้อมอย่างใกล้ชิดด้วยครับ

 

ออกเดินทาง สู่ Sapporo!

เริ่มต้นเดินทาง จาก สนามบินดอนเมือง ผมมาถึงสนามบินในช่วงหัวค่ำ เพราะต้องออกเดินทางในช่วงดึก โดยใช้บริการ สายการบินแอร์เอเชียเอ็กซ์(Air Asia X) จาก สนามบินดอนเมือง สู่ สนามบินนิวชิโตเสะ(New Chitose Airport) ซึ่งมีเที่ยวบินให้บริการ ดังนี้

  • XJ620 DMK – CTS : 23.55 น.- 08.25 น.(+1)
  • XJ621 CTS – DMK : 09.40 น. – 15.35 น.

สำหรับเที่ยวบินขาไป เวลาค่อนข้างดีเลยครับ เพราะไปถึงช่วงเช้าของปลายทางแล้วเที่ยวต่อได้เลย ส่วนขากลับอาจจะต้องตื่นแต่เช้าสักหน่อย เพื่อกลับไปสนามบิน ดังนั้น ทริปนี้ จึงมีเวลาเที่ยวเต็มๆ 3 วัน และ วันสุดท้ายเป็นวันที่ใช้เวลาในการเดินทางกลับครับ

ออกเดินทางใน เวลา 23.55 น. ก็เกือบเที่ยงคืนเข้าไปแล้ว พอได้ขึ้นเครื่องก็เตรียมนอนหลับยาวๆ ได้เลยครับ

ใช้เวลาในการเดินทางราว 6 ชั่วโมงกว่าๆ พอใกล้จะถึงจุดหมาย พนักงานต้อนรับก็จะนำอาหารมาเสิร์ฟครับ ซึ่งผมได้ทำการจองอาหารเอาไว้ล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์เอาไว้ ก็ได้ราคาที่ถูกลงมาหน่อย เป็นเมนู ข้าวอบไก่ย่าง กินตุนไว้ก่อน พอลงเครื่องไปแล้วจะได้พร้อมเที่ยวต่อเลย

 

DAY #1

สนามบินนิวชิโตเสะ(New Chitose Airport)

เดินทางมาถึงจุดหมาย ที่ สนามบินนิวชิโตเสะ(New Chitose Airport) บรรยากาศภายในสนามบินขาเข้า ดูค่อนข้างจะเงียบดีเหมือนกันครับ ไม่ค่อยวุ่นวายเหมือนที่อื่นๆ

เมื่อผ่านการตรวจคนเข้าเมือง และ การตรวจจาก ศุลกากร เป็นที่เรียบร้อย ก็พร้อมเที่ยวต่อครับ ซึ่งถ้าหากต้องการข้อมูลท่องเที่ยวภายในสนามบินก็มี ศูนย์บริการข้อมูลนักท่องเที่ยว อยู่ครับ

บริเวณใกล้เคียงกับ ศูนย์บริการข้อมูลนักท่องเที่ยว มี ห้องแต่งตัว ด้วยนะครับ สำหรับเปลี่ยนเสื้อผ้า ยิ่งมาไฟล์ทดึก มาถึงตอนเช้าได้ ล้างหน้า แปรงฟัน เปลี่ยนเสื้อผ้า มันก็ทำให้รู้สึกสบายตัวดีเหมือนกัน

 

เดินทางเข้าเมือง ซัปโปโร ด้วยรถไฟ!

จาก สนามบินนิวชิโตเสะ(New Chitose Airport) ผมจะเดินทางเข้าเมืองซัปโปโรด้วยรถไฟ ก็เดินไปตามป้ายบอกทาง เพื่อไปขึ้นรถไฟ ซึ่งใช้เวลาเดินไม่นานก็มาถึง สถานีรถไฟ New Chitose Airport Station จากนั้นก็ซื้อตั๋วที่ตู้จำหน่ายตัวอัตโนมัติ

ราคาค่าโดยสาร ระหว่าง สถานีรถไฟ New Chitose Airport Station ไป สถานีรถไฟ Sapporo 1,070 เยน ใช้เวลาเดินทาง 37 นาที

 

เที่ยว “ซัปโปโร” ด้วยตั๋ว 1 Day Pass!

เมื่อเดินทางมาถึง สถานีรถไฟ Sapporo ผมก็จัดการซื้อ ตั๋วรถไฟใต้ดิน(Subway) โดยซื้อตั๋วแบบ 1 Day Pass ใช้นั่งรถไฟ Subway ทุกสาย ได้อย่างไม่อั้น ตลอดทั้งวัน ซึ่งก็นับว่าคุ้มค่ามากครับ ราคาอยู่ที่ 830 เยน แต่..ถ้าเป็นวันหยุด ราคา 520 เยน และโชคดีที่ผมก็จะใช้งานในวันหยุดพอดี ก็เลยได้ในราคาที่ถูกลงมาหน่อยครับ

ที่ สถานีรถไฟ Sapporo คนค่อนข้างเยอะมากครับ แต่ก็ไม่ค่อยสับสนกับการเปลี่ยนสายรถไฟ เท่ากับที่ โตเกียว 55+

บรรยากาศภายในรถไฟใต้ดิน มีตั๋วแบบ 1 Day Pass สามารถเดินทางไปได้ทุกที่

ผมเดินทางมาย่าน Susukino เป็นที่แรก เพราะต้องการนำสัมภาระมาฝากเอาไว้ที่โรงแรมก่อน และจะกลับมาเช็คอินอีกทีในช่วงเย็นๆ ครับ โดยเข้าพักที่ HOTEL MYSTAYS Sapporo Susukino ซึ่งเป็นที่พักสำหรับทริปนี้ครับ

ในช่วงสายของวัน บรรยากาศภายในเมืองซัปโปโรดีมากครับ ท้องฟ้าสดใส อากาศจะเย็นๆ หน่อย เหมาะที่จะเดินเล่น ที่มองเห็นไกลๆ อยู่นั่น คือ SAPPORO TV Tower ที่ตั้งอยู่บริเวณใกล้กับ สวนโอโดริ(Odori Park) สวนสาธารณะประจำเมือง ซึ่งเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีอีกจุดหนึ่งที่น่าชม

 

ชิมอาหารทะเลสดๆ ในตลาดปลา Nijo Market!

ตลาดปลา เป็นจุดแรกที่ผมพุ่งตรงไปโดยทันที หลังจากที่นำสัมภาระไปฝากไว้ที่โรงแรมเป็นที่เรียบร้อย โดยมาที่ ตลาดปลานิโจ(Nijo Market) ที่รู้จักกันดีครับ ตลาดปลาที่นี่ เดินทางมาง่าย จะนั่ง Subway มาลงที่ สถานี Susukino หรือ สถานี Odori ก็ได้ จากสถานีรถไฟก็เดินต่ออีกประมาณ 300 เมตร ก็ถึงแล้ว

ผมตั้งใจจะมาหาอาหารทะเลสดๆ กินเป็นมื้อแรกของที่นี่ครับ ซึ่งภายในตลาดปลาก็มีอาหารทะเลที่หลากหลายให้ได้ลองชิม

พ่อค้า แม้ค้า ในตลาดปลาก็จะคอยยืนเรียกลูกค้าอยู่บริเวณหน้าร้านของตัวเองครับ ของแต่ละอย่างสดจากทะเลแน่นอน

ภายในตลาดปลา จะมีร้านอาหารอยู่หลายร้านครับ โดยสามารถสั่งอาหารทะเล กุ้ง หอย ปู ปลา ต่างๆ เข้าไปทานในร้านได้เลย และนอกจากนี้ก็ยังมีเมนูอาหารทะเลต่างๆ ให้เลือกตามความชอบ

ผมสั่ง ชุดข้าวหน้าทะเลสด ชามนี้มาครับ ราคา 2,500 เยน มี อูนิ(ไข่หอยเม่น) กับ ไข่ปลาแซลมอน

ข้าวหน้าทะเลสด ของสดมาก ไม่มีกลิ่นคาว อร่อยดีครับ

Ishiya Chocolate Factory โรงงานช็อกโกแลตแห่งเมืองซัปโปโร

ช่วงบ่ายของวัน อากาศเปลี่ยนแปลง เริ่มจะมีฝนโปรยปรายลงมา ยืนหลบฝนอยู่บริเวณ สถานีรถไฟใต้ดิน Odori อยู่สักพัก ไม่รู้จะไปไหนต่อดี 55+ เลยตัดสินใจ นั่งรถไฟสาย Tozai Subway Line ไปลงที่ สถานี Miyanosawa Station เพื่อไปเที่ยวที่ Ishiya Chocolate Factory หรือ โรงงานช็อกโกแลต Ishiya ซึ่งสภาพอากาศของที่นี่ก็ครึ้มฟ้าครึ้มฝน เช่นกัน

โรงงานช็อคโกแลต เป็นโรงงานของบริษัท Ishiya ซึ่งภายในบริเวณโดยรอบก็มีอาคาร และสวนสวยๆ แปลกตา เหมือนหลุดเข้าไปในอีกโลก ภายในอาคารมีร้านอาหาร ร้านกาแฟ และร้านค้าขายของที่ระลึก รวมไปถึง ผลิตภัณฑ์ช็อคโกแลต ของฝากขึ้นชื่อของที่นี่อีกด้วย

มีมุมให้ถ่ายรูปสวยๆ มากมายเลยครับ โดยเฉพาะในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีแบบนี้

เดินเล่นชมบรรยากาศภายใน Ishiya Chocolate Factory ซึ่งวันนี้อาจจะดูชุ่มฉ่ำด้วยละอองฝนสักหน่อย

มาถึงที่นี่ ต้องไม่พลาดชิม Soft Cream ครับ หวาน หอม มัน มาก ต้องลอง!

 

Miyanosawa Football Stadium สนามซ้อมของทีม Hokkaido Consadole Sapporo!

ถ้าได้มา Ishiya Chocolate Factory แล้ว.. ก็ต้องไปชมสนามซ้อมของทีม Hokkaido Consadole Sapporo ด้วย อยู่ใกล้กัน เพียงแค่ข้ามถนนเท่านั้น ซึ่งสนามแห่งนี้มีชื่อว่า Miyanosawa Shiroi Koibito Football Stadium เป็นสนามฟุตบอลที่ โอบล้อมด้วยทิวเขา บรรยากาศดีจริงๆ ครับ

ตู้กดเครื่องดื่มอัตโนมัติ มีลวดลายโลโก้ของสโมสร Hokkaido Consadole Sapporo สามารถพบเห็นได้ทั่วไปในเมืองนี้

เดินเข้ามาภายในบริเวณสนาม จะเห็น รูปถ่ายของนักเตะของ สโมสร Hokkaido Consadole Sapporo ในแต่ละปีด้วยครับ

และ แน่นอนสำหรับ ปี 2018 ก็จะเห็นรูปของ เจ ชนาธิป สรงกระสินธ์(เบอร์ 18) นักเตะไทย ร่วมอยู่ในทีมด้วย สุดยอดไปเลย!

ในช่วงที่ไม่มีการแข่งขัน สนามแห่งนี้ จะถูกใช้เป็นสถานที่ฝึกซ้อมครับ ซึ่งจะมีนักเตะเข้ามาซ้อม และสามารถไปนั่งชมการซ้อมได้ แต่น่าเสียดายที่วันนี้มีการแข่งขันพอดี Hokkaido Consadole Sapporo เป็นทีมไปเยือนทีมจากเมืองอื่น ทำให้อดดูทั้งการแข่งขัน(ในบ้าน) และ การซ้อม เลยครับ 55+

ภายในมีร้านอาหารด้วยนะ ใครหิวก็เข้าไปหาอะไรกินได้

วันนี้ ก็เลยได้แค่ชมสนามซ้อมไปพลางๆ ก่อน เดี๋ยวมา ซัปโปโร รอบหน้า ไว้ไปเจอกันที่ Sapporo Dome แน่นอนครับ

ช่วงเข้าสู่หน้าหนาวแบบนี้ บรรยากาศจะดูมืดค่ำเร็วมากครับ ก็ได้เวลาที่จะกลับเข้าไปยังใจกลางเมืองดีกว่า..

ชม ใบแปะก๊วย ในเทศกาล Hokkaido University Golden-leaf Festival

ถ้าพูดถึง จุดชมใบไม้เปลี่ยนสี ในซัปโปโร ก็ต้องนึกถึง ใบแปะก๊วย สีเหลืองอร่าม ใน มหาวิทยาลัยฮอกไกโด ซึ่งช่วงที่ผมเดินทางมานี้ นับว่าโชคดีที่มาตรงกับ เทศกาลแสดงไฟ(Light Up) ของที่นี่พอดี ซึ่งเขาจะจัดงานเพียงแค่ 2 วัน เท่านั้น ในช่วงปลายเดือนตุลาคม

ผมนั่งรถไฟใต้ดิน มาที่ สถานี Kitajunijo Station และเดินเท้าต่ออีกหน่อย ก็ถึง มหาวิทยาลัยฮอกไกโด ซึ่งวันนี้คนเยอะมากๆ หลายคนก็เดินทางมาเพื่อเข้าชม เทศกาล Hokkaido University Golden-leaf Festival เช่นกัน

ต้นแปะก๊วย ที่ปลูกเป็นแนวยาว สองฝั่งถนน Ginkgo Avenue แต่ละต้นถูกฉายด้วยแสงไฟ จนทำให้มองเห็นใบแป๊ะก๊วยสีเหลืองสวยงาม จนหลายคนต้องมาตั้งกล้องรอเก็บภาพกันเลย โดยไฟจะเริ่มเปิดตั้งแต่ช่วงหกโมงเย็น ไปจนถึง สามทุ่ม

นอกจาก การแสดงไฟ(Light Up) แล้ว ภายในงานก็จะมีการออกร้าน ทั้งร้านจำหน่ายของที่ระลึก และร้านค้าต่างๆ ผมใช้เวลาเดินเล่นชมบรรยากาศโรแมนติคๆ แบบนี้ จนสุดถนน แล้วจึงเดินทางกลับครับ..

 

ปิ้งย่างเนื้อวากิว.. ตระเวนราตรีย่าน Susukino!

กลับมาถึง ย่าน Susukino ก็เข้าโรงแรมไปทำการเช็คอิน โดยผมได้เข้าพักที่ HOTEL MYSTAYS Sapporo Susukino อยู่แถวๆ ย่าน Susukino นี้เอง เมื่อเก็บกระเป๋าเข้าห้องพักเสร็จเรียบร้อยก็ออกมาเดินเล่นตระเวนราตรีกันต่อ ซึ่งต้องบอกว่าย่านนี้ เป็นย่านที่บรรยากาศคึกคักมาก เต็มไปด้วยร้านอาหาร ร้านกินดื่มมากมาย เต็มไปด้วยแสงสีเกือบตลอดทั้งคืนเหมือนไม่เคยหลับ

มื้อเย็นนี้ ผมตามมากินร้านปิ้งย่าง เนื้อวากิว A5 ที่หลายๆ คนชอบแวะมาทานกัน Sekai Yakiniku World Champion

เมนูเป็นแบบบุฟเฟต์ แบ่งเป็นครอสให้เลือก ในแต่ละครอสก็สามารถเลือกเนื้อในส่วนที่ต้องการได้ ทานได้ 90 นาที(3,300 เยน, 6,200 เยน)

พนักงานจะเสิร์ฟ ชุดเริ่มต้นมาให้ก่อน ซึ่งจะมี หมู ไก่ รวมๆ กันมา เมื่อทานชุดนี้หมด จึงสามารถเลือกเนื้อในส่วนที่ต้องการได้

เนื้อในส่วนต่างๆ ที่สั่งไปก็จะเสิร์ฟมาเรื่อยๆ ปิ้งย่างไป กินไป ฟินมากๆ เลยครับ

เนื้อในบางส่วน จำเป็นต้องสั่งล่วงหน้าก่อนหมดเวลาทาน 20 นาที เพราะต้องใช้เวลาในการย่างค่อนข้างนาน

เนื้อที่มีส่วนของไขมันแทรกซึมเป็นลายสวย อร่อย นุ่ม แทบละลายในปาก

ค่อยๆ ย่างไป กินไป ทีละชิ้น สองชิ้น

ถ้าต้องการข้าวก็สามารถสั่งได้ โดยรวมอยู่ในราคาบุฟเฟ่ต์ไปแล้วครับ เนื้อย่างทานกับข้าวร้อนๆ อร่อยดี

นอกจากนี้ ก็มี เมนูซูชิ เมนูทานเล่น และซุปแบบต่างๆ มาให้เลือกอีกด้วย โดยเฉพาะ ซูชิเนื้อ อร่อยมาก สั่งมาหลายรอบเลย กินได้ไม่อั้น 55+

และ สำหรับคอเบียร์ ก็มีบุฟเฟต์เบียร์เช่นเดียวกัน ราคา 1,500 เยน/คน 90 นาที ถ้าสั่งเป็นแก้ว แก้วละ 450 เยน ดื่มเกิน 3 แก้ว สั่งแบบไม่อั้นดีกว่า คุ้มกว่า อิอิ!

มื้อนี้ก็จัดได้ว่า.. เป็นมื้อที่อิ่มจนจุก แทบเดินไม่ไหว อยากจะล้มตัวลงนอนเลยทีเดียว เดี๋ยวในวันพรุ่งนี้จะพาไปเที่ยวที่ โอตารุ กันต่อ ติดตามได้ตอนหน้านะครับ..

 

ตอนที่ 2 : #Sapporo : Otaru เที่ยวตลาดปลา เก็บแอปเปิ้ล ในวันที่ฝนโปรยปราย!

 

Comments

Share Button