โต๋เต๋ ใน.. โตเกียว :: เที่ยวญี่ปุ่นในวันที่ใบไม้เปลี่ยนสี!

โต๋เต๋ ใน.. โตเกียว :: เที่ยวญี่ปุ่นในวันที่ใบไม้เปลี่ยนสี!

 

ช่วงปลายปี เป็นช่วงเวลาของใบไม้เปลี่ยนสี ซึ่งใน ประเทศญี่ปุ่น ก็มีจุดชมวิวใบไม้เปลี่ยนสีสวยๆ เยอะแยะมากมาย และ หนึ่งในนั้น ก็คือ ทะเลสาปคาวากูจิโกะ (Kawaguchiko Lake) ซึ่งถือเป็นสถานที่ที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่งในช่วงเวลาอย่างนี้ เพราะ เราจะได้ชมภูเขาไฟฟูจิ ในบรรยากาศของใบไม้เปลี่ยนสี อากาศเย็นสบาย ไม่หนาวจนเกินไปนัก..

ผมได้มีโอกาสเดินทางไปเที่ยว ประเทศญี่ปุ่น จึงพลาดไม่ได้ ที่จะไปชมวิว ภูเขาไฟฟูจิ ที่ ทะเลสาปคาวากูจิโกะ ในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ที่ต้องไปชมให้ได้สักครั้ง ซึ่งนอกจากที่ ทะเลสาปคาวากูจิโกะ (Kawaguchiko Lake) ก็ยังมีสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีอีกหลายจุดในโตเกียวครับ

Tokyo Japan 2017 (116)
ผมมีเวลาเที่ยวอยู่ในเขตโตเกียว และพื้นที่ใกล้เคียงประมาณ 3-4 วัน ซึ่งโปรแกรมเที่ยวในบริเวณนี้ ก็จะเริ่มจาก การไปเที่ยว ทะเลสาปคาวากูจิโกะ ที่เน้นเดินทางแบบประหยัด ด้วยรถ Highway Bus กินอยู่แบบง่ายๆ มีเวลาเดินเล่นๆ อยู่รอบทะเลสาป 2 วัน และ พักค้างที่โรงแรมแคปซูลบริเวณทะเลสาป 1 คืน ก่อนจะนั่งรถกลับเข้าโตเกียว และนั่งรถไฟออกไปเที่ยวจังหวัดใกล้เคียงอย่าง จังหวัดไซตามะ ก่อนปิดท้ายทริป ด้วยการนั่ง รถไฟใต้ดิน วนเที่ยวในโตเกียว ซึ่งการเดินทางครั้งนี้ จะสนุกขนาดไหน? ลองตามมาเที่ยวกันครับ!

 

จาก สนามบินดอนเมือง(ประเทศไทย) สู่ สนามบินนาริตะ(ประเทศญี่ปุ่น)

เริ่มต้นเดินทาง จาก สนามบินดอนเมือง โดยใช้บริการของ สายการบินแอร์เอเชียเอ็กซ์ บินตรงสู่ สนามบินนาริตะ ประเทศญี่ปุ่น ปัจจุบันเปิดให้บริการ 2 เที่ยวบิน/วัน คือ DMK – NRT = (XJ606) 10.45 – 19.00 / (XJ600) 23.45 – 08.00 และ NRT – DMK = (XJ601) 09.15 – 14.05 / (XJ607) 20.15 – 01.25 ซึ่งไฟล์ทของผมจะเป็นไฟล์ทดึก XJ600 เวลาออกเดินทาง 23.45 น. จะถึงปลายทางเวลา 08.00 น. เป็นเวลาเช้าพอดี มีเวลาเที่ยวได้อย่างเต็มที่ครับ

หลังจากเช็คอิน โหลดสัมภาระ ผ่าน ตม. เรียบร้อยแล้ว ก็ขึ้นเครื่องเดินทางสู่โตเกียวครับ ใช้เวลาในการเดินทางราว 6 ชั่วโมง ซึ่งก่อนที่จะเดินทางถึง พนักงานต้อนรับก็จะนำอาหารมาเสิร์ฟ ให้สำหรับผู้ที่สั่งซื้ออาหารไว้ล่วงหน้า หรือ ถ้าใครไม่ได้สั่งอาหารไว้ ก็สามารถซื้อกับพนักงานต้อนรับได้เลย แต่..แนะนำว่า สั่งซื้อล่วงหน้ามาก่อน ราคาก็จะประหยัดกว่านะครับ

เมนู Spicy fried chicken with rice and traditional Thai-style Omelette

จากนั้น พนักงานต้อนรับ ก็จะนำใบเอกสาร ตม. ของ ประเทศญี่ปุ่นมาให้กรอก มีภาษาอังกฤษกำกับ กรอกไม่ยาก ครับ

 

สวัสดี เจแปน!

เมื่อเดินทางมาถึง สนามบินนาริตะ ผ่านการตรวจคนเข้าเมือง และ ศุลกากรเรียบร้อยแล้ว ก็รับกระเป๋าสัมภาระ และเตรียมตัวเข้าเมืองต่อ ซึ่งหลังจากผ่านสายพานรับกระเป๋ามาแล้ว ก็จะเจอเคาเตอร์ต่างๆ มากมาย เผอิญว่า..อยากได้ ตั๋วรถไฟใต้ดิน (Tokyo Subway Ticket) ไว้ใช้ก็เลยมาแวะซื้อที่เคาเตอร์ Keisei Bus เสียก่อน


ตั๋วรถไฟใต้ดิน (Tokyo Subway Ticket) สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ดูน่าจะคุ้มค่า ก็คงเป็นพวก Pass ที่ใช้ได้ไม่จำกัดในเวลาที่กำหนด โดยมีให้เลือก 3 แบบ Tokyo Subway Ticket (24-hour, 48-hour, 72-hour) มีอายุการใช้งานเริ่มต้นตั้งแต่การใช้ตั๋วในครั้งแรก ซึ่งมีราคา ดังนี้

  • Tokyo Subway 24-hour Ticket ผู้ใหญ่: 800 JPY เด็ก: 400 JPY
  • Tokyo Subway 48-hour Ticket ผู้ใหญ่: 1,200 JPY เด็ก: 600 JPY
  • Tokyo Subway 72-hour Ticket ผู้ใหญ่: 1,500 JPY เด็ก: 750 JPY

สำหรับผม ขอใช้แบบ 48 ชั่วโมงก็พอครับ พอดิบพอดีกับเวลาที่อยู่ในโตเกียว

ต่อไป.. ก็หารถเข้าเมืองโตเกียว ซึ่งก็มีหลายวิธีให้เลือกเข้าเมืองครับ ซึ่งผมขอเลือกนั่ง N’EX หรือ รถไฟ Narita Express ที่มีความสะดวกรวดเร็ว ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง ก็ถึงโตเกียว สามารถซื้อตั๋ว และจองที่นั่งได้ที่ Ticket Office ได้เลย

ช่วงนี้ ราคาค่าโดยสารของ N’EX หากซื้อแบบ ไป-กลับ จะมีส่วนลด 33% ด้วยนะครับ จะตกอยู่ที่ ราคารวม ไป-กลับ 4,000 JPY เท่านั้นเอง และ สามารถเข้าไปอัพเดตราคาโปรโมชั่นต่างๆ ของ N’EX ได้ที่ http://www.jreast.co.jp/e/nex/ หรือ ถ้าหากใครมี JR Pass อยู่แล้ว ก็สามารถใช้บริการ N’EX ได้เลย โดยไม่ต้องจ่ายเพิ่มครับ

Tokyo Japan 2017 (117)

 

เส้นทางการให้บริการของ N’EX (อ้างอิง http://www.jreast.co.jp/e/nex/)

 

Tokyo Japan 2017 (120)

 

ในตั๋วโดยสาร ของ N’EX จะระบุเลขตู้โดยสาร และ ที่นั่ง ถ้ากลัวว่าจะขึ้นไม่ถูก ก็ให้สังเกตุที่พื้นของชานชาลาได้ และ ก็ไปเตรียมยืนรอที่ตรงนั้น

เมื่อได้เวลา ขบวนรถไฟของ N’EX ก็มาถึงตรงเวลาเป๊ะ เป็นรถไฟที่มีรูปลักษณ์ทันสมัยจริงๆ ครับ มุ่งหน้าเข้า โตเกียว กันครับ!

 

ชมใบไม้เปลี่ยนสี ที่ Kawaguchiko Lake

 

ในทริปนี้ ผมได้เดินทางไป ชมใบไม้เปลี่ยนสี ที่ Kawaguchiko Lake ด้วยครับ แต่.. ขอแบ่งเป็นอีกหนึ่งตอนนะครับ  ซึ่งสามารถตามไปอ่านกันได้ที่นี่ครับ >> http://chailaibackpacker.com/kawaguchikolake/

Kawaguchiko Lake

 

แผนที่ : จุดถ่ายภาพรอบ Kawaguchiko Lake

 

Tokyo Japan 2017 (109)

โต๋เต๋ ใน.. โตเกียว!

ในช่วงเวลาเย็น โตเกียว ผู้คนค่อนข้างที่จะเยอะมาก รถราวิ่งกันดูวุ่นวาย ผมมีเวลา 2 คืน ที่จะพักอยู่ในเมืองนี้ เลยเลือกที่พัก ที่อยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน เพื่อความสะดวกสบาย และที่สำคัญต้องราคาประหยัด อีกด้วย

ก็เลยมาได้.. ที่พัก ที่อยู่ในย่าน Asakusa ที่มีชื่อว่า.. Tokyo W Inn – Asakusa เป็นที่พักแบบนอนรวม แต่.. ใหม่ และสะอาด ราคาประหยัด แค่คืนละ 500 กว่าบาทเท่านั้น แถมอยู่ไม่ไกลจาก วัดดังย่าน Asakusa อีกด้วย

การเดินทาง : Tokyo W Inn – Asakusa อยู่ห่างจากสถานีรถไฟใต้ดิน Tawaramachi เพียง 300 เมตร เท่านั้น เดินได้สบายๆ

Tokyo Japan 2017 (110)

สภาพโดยทั่วไป ในห้องนอน จะแบ่งเป็นช่องเตียงนอน 2 ชั้น มีผ้าม่านไว้ปิดกั้นเพื่อความเป็นส่วนตัว มีปลั๊กไฟ มีไฟส่องสว่างไว้ให้ใช้ ฟูกที่นอน ผ้าห่ม สะอาดดี มีห้องน้ำรวมอยู่ข้างใน แต่ถ้าจะอาบน้ำ ก็ต้องลงไปที่ชั้นล่าง ส่วนชั้นบนสุดจะเป็นที่นั่งเล่น ชมวิวได้ สามารถมองเห็น Tokyo Sky Tree ด้วย ซึ่งผมจะมีเวลาพักที่ Tokyo W Inn – Asakusa ทั้งหมด 2 คืนครับ

บรรยากาศยามเช้า ที่ริมระเบียงชั้นบนสุด มองเห็น Tokyo Sky Tree ที่มีความสูงถึง 634 เมตร ได้

นั่งรถไฟเล่น.. เที่ยวไปตามทาง สาย Seibu

มีความตั้งใจ.. อยากไปล่องเรือ ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ Tagatoro ใน จังหวัดไซตามะ (ที่อยู่ไม่ไกลจากโตเกียว) ก็เลยมาเริ่มต้นเดินทางที่ สถานี Ikebukuro Station โดยมาขอข้อมูลการเดินทางที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ของ Seibu Railway สามารถมาซื้อ Pass และขอรับข้อมูลท่องเที่ยว เส้นทางรถไฟสาย Seibu ได้ เจ้าหน้าที่บริการดีมาก และในบางวัน ถ้าโชคดีก็จะเจอเจ้าหน้าที่ที่พูดภาษาไทยได้ด้วยอีกนะ

ซื้อตั๋วแบบ SEIBU 1Day Pass + Nagatoro ในราคา 1,500 JPY พร้อมคู่มือภาษาไทย ซึ่งมีข้อมูลเที่ยวแน่นมาก

จากนั้น ก็ไปดูตารางรถไฟที่จะออกจากสถานีครับ ณ จุดนี้ รู้สึกว่าตัวเองนั้นออกดินทางช้าเกินไป คงจะมีเวลาเที่ยวไม่มากนัก สำหรับวันนี้

รถไฟ จะแวะมาเปลี่ยนขบวนที่ สถานี Hanno ก่อนครับ

แล้วมาสุดสายที่ปลายทาง สถานี Seibu-Chichibu แต่.. เนื่องจากต้องการไป Nagatoro ก็ต้องต่อรถไฟอีกสาย ซึ่งต้องเดินออกจากสถานี ไปขึ้นรถไฟสายท้องถิ่น อีกสายครับ

Pass ที่ซื้อมา สามารถยื่นให้พนักงานประจำสถานีดูได้เลยครับ สามารถใช้เดินทางได้ตลอดสาย จะแวะเที่ยวสถานีรายทางอื่นๆ ก่อนก็ได้ครับ ซึ่งข้อมูลท่องเที่ยวต่างๆ ก็มีอยู่ในโบรชัวร์ภาษาไทยที่เขาให้มานั่นเอง

เดินทางมาถึงปลายทางที่ สถานี Nagatoro ก็เข้าช่วงบ่ายแล้วครับ สิ่งหนึ่งที่สังเกตได้เมื่อมาถึงที่นี่ คือ คนเยอะมากครับ เยอะมากแบบผิดคาด นึกว่าจะได้มาพักผ่อนแบบชิลๆ ใช่แล้ว… ผมเดินทางมาในวันหยุด คนญี่ปุ่นเขาก็ออกมาพักผ่อนเหมือนกัน

มีตลาดเล็กๆ ที่มีของกิน ของที่ระลึก มาวางขาย บางอย่างก็น่าลอง อย่างแตงกวา เย็นๆ ไม้ละ 100 JPY ก็ทำให้รู้สึกชื่นใจดีเหมือนกัน

จุดประสงค์หลัก ของผมคือการมาล่องเรือ ที่นี่ครับ แต่..ดู จากปริมาณคนที่ต่อแถวซื้อตั๋วแล้ว ท่าทางจะได้อดนั่งเรือเป็นแน่แท้(ประกอบกับขี้เกียจยืนต่อแถวด้วย 55+)

การล่องเรือ จะมีให้เลือก 2 รูปแบบ ระยะสั้น กับ ระยะยาว ค่าล่องเรือ 1,600 JPY และ 3,000 JPY ตามลำดับ

เมื่อไม่ได้ล่องเรือ ก็คงได้แต่มานั่งเล่นชมวิวริมน้ำ ตาละห้อยดูคนอื่นเขานั่งเรือแทนครับ 55+ ช่วงนี้ใบไม้เปลี่ยนสี บรรยากาศสวยงาม แค่ได้มานั่งเล่นชมวิว ก็พอใจแล้วครับ

ก่อนที่จะเย็นไปมากกว่านี้ ก็ได้เวลานั่งรถไฟกลับเข้าโตเกียว ครับ

 

ชอบบรรยากาศการนั่งรถไฟชานเมืองญี่ปุ่นมากครับ มันได้ดูอะไรเพลินดี นั่งนานๆ ก็ไม่เบื่อนะ..

เที่ยววนไปใน Tokyo ด้วย Tokyo Subway Ticket 48-hour

ซื้อ Pass เอาไว้ก็คุ้มดี.. ครับ ได้ใช้วนเที่ยวไปตามสถานที่ต่างๆ ในโตเกียวได้อย่างสบาย โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย เพราะตั๋วใช้เดินทางได้ไม่จำกัด จะขึ้นรถไฟใต้ดินกี่เที่ยวก็ได้ คุ้มค่าอย่างแน่นอน ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวในโตเกียวนั้น ก็มีเยอะแยะมากมายจริงๆ ถ้าสนใจเที่ยวที่ไหนก็สามารถดูคู่มือภาษาไทย ของ Tokyo Subway ได้ สถานที่ท่องเที่ยวไหน ต้องลงสถานีไหน ก็ดูสะดวก รวดเร็วดี

Tokyo Japan 2017 (118)
หรือ จะลองโหลด App Tokyosubway มาใช้ก็ได้ครับ อันนี้แนะนำเลย ดูได้หมดว่า ต้องต่อรถไฟที่สถานีไหน? ใช้เวลากี่นาที? ค่าโดยสารเท่าไร? สะดวกมากๆ เลยครับ

Tokyo Japan 2017 (119)

สถานีรถไฟ สวยๆ Harajuku Station

ศาลเจ้าเมจิ Meiji Shrine Kaguraden สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ สามารถเดินทางมาด้วยรถไฟใต้ดิน มาที่ สถานี Meiji-jingumae <Harajuku> Station

จะพบเห็นกับบรรดาตู้ขายสินค้าอัตโนมัติเยอะมากๆ ทำให้ได้ลองกินอะไรเยอะแยะเลย

ช่วงแรกๆ อาจจะรู้สึกงงๆ กับเส้นทางรถไฟใต้ดินสักหน่อย แต่..ไม่นานก็จะเริ่มชิน


นั่งรถไฟเล่นๆ มาลงที่ สถานี Shibuya จะแวะมาหา ฮาจิโกะ สักหน่อย เดินออกจากสถานีก็จะเจอเลย..


เดินออกจากสถานีมาหน่อย ก็จะเห็นกับผู้คนที่มามุงดู รูปปั้นฮาจิโกะ ซึ่ง รูปปั้นฮาจิโกะ นี้ ถูกสร้างขึ้น เพื่อเป็นเกียรติแก่สุนัข ชื่อ ฮาจิโกะ ที่ไปรอ เจ้านายของมันทุกวัน หลังเลิกงาน ที่ สถานี Shibuya ซึ่งต่อมาเจ้านายของมันได้เสียชีวิต และไม่ได้กลับมาที่สถานีรถไฟแห่งนี้อีก แต่ฮาจิโกะก็ยังมานั่งเฝ้ารอเจ้านายของมัน ทุกวัน เป็นระยะเวลากว่า 9 ปี จนมันเสียชีวิตลง..

แสดงให้เห็นถึงความจงรักภักดีที่มีต่อเจ้านายของมัน เป็นเรื่องราวที่หลายคนฟังแล้วต้องอดเศร้าใจไม่ได้..

การเดินทาง : ออกจาก สถานี Shibuya ก็จะเจอเลย

Tokyo Japan 2017 (113)

ไม่ไกล.. กันนั้น เป็นอีกสถานที่หนึ่ง ที่รู้จักกันดี กับ ห้าแยกชิบูย่า ภาพผู้คนที่เดินข้ามถนนพร้อมๆ กัน

โหมดละลายทรัพย์ ด้วยการ.. ช้อปปิ้ง และ ซื้อของฝาก!

มาเที่ยว โตเกียว ก็ต้องมาหาซื้อสินค้าราคาถูก และ ของฝากกลับไปกันบ้าง ซึ่งก็มีสถานที่ช้อปปิ้งเยอะแยะมากมาย มีสินค้าที่หลากหลาย เช่น สินค้าแบรนด์เนมราคาถูก เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า เครื่องสำอาง ตลอดจนขนมน่ากินต่างๆ ซึ่งวัสถานที่แรกที่ได้ มาเดินเลือกดูสินค้า ก็ คือ ตลาด Ameyoko

การเดินทาง : ตลาด Ameyoko อยู่ทางทิศใต้ ติดกับ สถานีรถไฟ Ueno เลยครับ สามารถเดินเลือกซื้อสินค้า ตามร้านค้าต่างๆ ได้เลย

Tokyo Japan 2017 (114)

 

 

สินค้าที่ดูน่าสนใจ ก็คงจะเป็นพวก เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้ากีฬา ต่างๆ ครับ ราคาก็ถือว่าถูกกว่าบ้านเราหน่อยๆ แต่บางร้านที่จัดโปรฯ ก็ลดเยอะเหมือนกันครับ

ร้าน Don Quijote เป็นอีกร้านที่น่าสนใจ เพราะเปิดตลอด 24 ชั่วโมง จะมาเดินเล่น เลือกซื้อสินค้าตอนไหนก็ได้ ซึ่งผมเลือกมาที่ สาขา Asakusa เพราะอยู่ไม่ไกลจากที่พัก เดินมาแป้บเดียวถึง.. แต่ก่อนจะเข้าไปข้างในต้องใจแข็งหน่อยนะครับ ไม่งั้นมีได้ซื้อของกระจายกันล่ะ

ภายใน ร้าน Don Quijote มีสินค้าแทบจะครบทุกประเภท เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า เครื่องสำอาง ของเล่นเด็ก ของกิน ของใช้ ของสด ผลไม้ต่างๆ แบบว่า.. มีครบทุกอย่างจริงๆ

 

เที่ยววัดเซนโซจิ(Sensoji Temple)

วัดเซนโซจิ หรือ วัด Asakusa ที่คนไทยรู้จักกันดี เป็นวัดเก่าแก่แห่งหนึ่งของโตเกียว ใครมาเที่ยวโตเกียวก็ต้องมาที่วัดนี้กันอย่างแน่นอน

การเดินทาง : จากสถานีรถไฟใต้ดิน Asakusa Station เดินประมาณ 600 เมตร

Tokyo Japan 2017 (111)

หากเดินทางมาในช่วงเช้าแบบนี้ คนยังน้อยอยู่สามารถเดินเล่นได้สบาย

บรรยากาศภายในวัด จะเห็นนักท่องเที่ยวสนใจถ่ายรูปกับโคมแดงใบใหญ่

นอกจาก..นี้ บริเวณวัดก็จะมีร้านค้าขายสินค้าต่างๆ แต่ที่ดูน่าสนใจก็คงจะเป็นพวกขนมต่างๆ ที่ทำกันแบบสดๆ ร้อนๆ สามารถซื้อกลับไปเป็นของฝากได้ครับ

 

ชมใบแปะก๊วย ที่ มหาวิทยาลัยโตเกียว

เดินทางมาเที่ยวในช่วงนี้ทั้งที.. ก็ต้องหาสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีอีกสักที ลองเปลี่ยนบรรยากาศไปสัมผัสชมความเหลืองของใบแปะก๊วย ที่ มหาวิทยาลัยโตเกียว ครับ

การเดินทาง : จากสถานีรถไฟใต้ดิน Todai-Mae Station เดินต่อเพียง 200 เมตร ก็ถึง มหาวิทยาลัยโตเกียว

Tokyo Japan 2017 (115)

บรรยากาศภายในมหาวิทยาลัย ดูร่มรื่นดีครับ ต้นไม้ปลูกกันอย่างเป็นระเบียบ โดยเฉพาะ ต้นแปะก๊วย ที่ปลูกเป็นแถว เป็นแนวยาว ตามสองฝั่งถนน เป็นภาพที่สวยงามดี ซึ่งใครอยากมาชมใบไม้เปลี่ยนสี ที่สามารถเดินทางได้ง่ายๆ ก็ต้องที่นี่เลย..

ซาโยนาระ.. โตเกียว!

และ.. ก็ถึงเวลาที่ต้องร่ำลา เมืองโตเกียว แห่งนี้แล้ว.. โดยใช้บริการรถไฟ N’EX เช่นเดิม โดยนั่งจาก โตเกียว กลับไป สนามบินนาริตะ ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น

สำหรับขากลับ ของผมจะเป็นเที่ยวบิน XJ607 20.15 น. – 01.25 น. มารอที่เคาเตอร์เพื่อเช็คอิน และโหลดสัมภาระ

 

ของฝาก จาก ญี่ปุ่น!

หลังจากที่ประทับตราออกนอกเมือง จาก ตม.  ก็เดินเข้า Gate ซึ่งระหว่างที่เดินไปนั้นก็จะพบกับร้านของฝาก และร้านสินค้าปลอดภาษี มากมาย ถ้าใครยังไม่ได้ของฝาก ก็มาซื้อก่อนขึ้นเครื่องได้เลยครับ..

ได้เวลาโบกมือลา โตเกียว.. เครื่องขึ้นมาได้สักพัก พนักงานต้อนรับก็นำอาหารมาบริการ สำหรับผู้ที่สั่งจองอาหารไว้ล่วงหน้า ซึ่งถ้าไม่ได้จองล่วงหน้าก็สามารถซื้ออาหารเพิ่มได้เช่นกัน ในขากลับนี้ เมนูของผมเป็น ข้าวอบไก่ย่าง ก็อร่อยดีครับ มีน้ำจิ้มรสแซ่บ มาให้ด้วย รีบจัดการให้หมด.. ก็ของีบหลับสักนิด.. แล้ว เจอกัน ประเทศไทย!

การเดินทางมาเที่ยว “ญี่ปุ่น” ในครั้งนี้.. ถือว่าโชคดีมากๆ ครับ เพราะ สภาพอากาศดี ท้องฟ้าสดใส ตลอดการเดินทาง(ซึ่งก่อนหน้านี้.. มีข่าวว่าที่ โตเกียว พายุเข้าฝนตกตลอดทั้งวัน) อีกทั้ง.. ได้มาเที่ยวในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ทำให้เห็นระหว่างทางได้เห็นความสวยงามสีสันของใบไม้ เป็นประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ดีเลยครับ!

โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น จึงเป็นอีกเมือง ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวเยอะมาก บ้านเมืองสะอาด ปลอดภัย มีระเบียบวินัย และ สามารถวางแผนไปเที่ยวเองได้อย่างง่ายๆ ใครๆ ก็ไปเที่ยวเองได้ มีเที่ยวบิน ของ สายการบินไทยเอเชียเอ็กซ์ บินตรงไปลงโตเกียวเลย สะดวก สบาย แถมราคาประหยัดอีกด้วย..

ซึ่ง.. ถ้ามีโอกาส เราคงได้เจอกันอีกแน่นอน.. โตเกียว!

 


 

การท่องเที่ยวเชิงไฉไล | CHAILAIBACKPACKER

Fanpage : https://www.facebook.com/chailaibackpacker
Instagram : CHAILAIBACKPACKER
Twitter : @chailaibackpack / goo.gl/VIBXC9
E-mail : chailaibackpacker@gmail.com
Website : www.chailaibackpacker.com

 

 

Comments

Share Button

RELATED POSTS

บ้านข้าวหอมโฮมสเตย์ จ.สิงห์บุรี : นอนริมนา ชิลริมทุ่ง ใกล้กรุง!

กาลครั้งหนึ่ง.. ศรีสะเกษ | Once Upon a Time.. SISAKET

ชุมชนบ้านแหลมกลัด : หาหอย ลอบปู ดูวิถีชาวประมง

#เที่ยวบางสะพาน : พายคายัค | เที่ยวถ้ำ | ชิลริมเล | กินซีฟู้ด

#บุรีรัมย์ : เยือนถิ่นเซาะกราว นอนโฮมสเตย์ ชิมอาหารท้องถิ่น!

#เที่ยวชุมพร : นอนท้องตมใหญ่โฮมสเตย์ ตกหมึก กินซีฟู้ด สุดฟิน!

ภูผา ผืนนา ป่าล้อม ย้อมคราม ณ บ้านหนองส่าน จ.สกลนคร

#รีวิวสิงคโปร์ : 2 วัน 1 คืน ..มีเวลาน้อยก็เที่ยวได้!(ตอนที่ 2)

#รีวิวสิงคโปร์ : 2 วัน 1 คืน ..มีเวลาน้อยก็เที่ยวได้!(ตอนที่ 1)

EP11/11 : วิธีการนั่ง Night Bus จาก Fukushima กลับ Tokyo

EP10/11 : ปั่นจักรยานเที่ยวในเมือง Tadami แวะส่งท้ายทริปที่วัด Enzo-ji

EP9/11 : Mishima Town เมืองเล็กน่ารัก และ รถไฟสายโรแมนติก!